⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7413/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7413/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และศาลมีอำนาจให้นับโทษต่อจากคดีอื่นได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคหนึ่ง

ย่อคำพิพากษา

ผู้ถูกกล่าวหายกข้อเท็จจริงขึ้นมาในชั้นฎีกาว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาไม่ถือว่าเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล และขอให้ศาลฎีกาพิพากษาปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้พ้นผิดไปนั้น เป็นที่เข้าใจได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากลับให้การปฏิเสธในชั้นฎีกา ข้ออ้างตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวจึงขัดกับคำให้การรับสารภาพและเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ผู้ถูกกล่าวหาถูกลงโทษผิดมรรยาททนายความตามพระราชบัญญัติทนายความฯ มาตรา 52(2) ที่ห้ามทำการเป็นทนายความภายในกำหนดเวลา ฉะนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาทำคำให้การให้จำเลย 1 ครั้งและว่าความในฐานะทนายความจำเลยอีก 3 ครั้งในการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นสำหรับคดีนี้ จึงเป็นการกระทำที่ปราศจากอำนาจพึงกระทำได้เพราะผู้ถูกกล่าวหายังไม่พ้นกำหนดห้ามทำการเป็นทนายความดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลเสร็จเด็ดขาดในแต่ละครั้งที่ผู้ถูกกล่าวหากระทำ กรณีเป็นการกระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหลายกรรมต่างกัน มิใช่เป็นการกระทำต่อเนื่องกันซึ่งต้องลงโทษผู้ถูกกล่าวหาทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91และเมื่อความปรากฏต่อศาลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเช่นเดียวกันนี้อีกหลายคดี ศาลจึงมีอำนาจให้นับโทษของผู้ถูกกล่าวหาต่อจากคดีอื่นได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.22 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2477 ม.52

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีฝิ่นอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 17, 69, 102 ก่อนเริ่มพิจารณาศาลชั้นต้นถามจำเลยว่ามีทนายความมาหรือไม่ จำเลยแถลงว่า ไม่มีและต้องการทนายความศาลชั้นต้นจึงมีหนังสือขอแรงผู้ถูกกล่าวหาให้เป็นทนายความจำเลย เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2541 จำเลยแต่งตั้งให้ผู้ถูกกล่าวหาเป็นทนายความจำเลยต่อมาสภาทนายความมีหนังสือแจ้งให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดหนองคายทราบว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2539 คณะกรรมการสภาทนายความมีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2539 ให้จำหน่ายชื่อผู้ถูกกล่าวหาออกจากทะเบียนทนายความเนื่องจากขาดคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติทนายความพ.ศ. 2528 มาตรา 43 ศาลชั้นต้นจึงออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาไต่สวนในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) ประกอบมาตรา 33 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ให้ลงโทษ 4 กระทงจำคุกกระทงละ 1 วัน รวมจำคุก 4 วัน ให้นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของผู้ถูกกล่าวหาในคดีละเมิดอำนาจศาลคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1242/2538 คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1551/2541 คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1260/2541 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 1583/2540 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 364/2542 ของศาลชั้นต้น ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาประการแรกว่าการที่ผู้ถูกกล่าวหายกข้อเท็จจริงต่าง ๆ ขึ้นมาในชั้นนี้แล้วอ้างว่าไม่ถือว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลแล้วขอให้ศาลฎีกาพิพากษาปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้พ้นผิดไปนั้นเป็นที่เข้าใจได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหากลับให้การปฏิเสธในชั้นฎีกา ข้ออ้างตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวจึงขัดกับคำให้การรับสารภาพผิดของผู้ถูกกล่าวหาฉบับลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2543 และเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ประการที่สองที่ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาว่าศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษเรียงกระทงและนับโทษต่อจากคดีอื่นนั้นไม่ถูกต้อง เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาถูกลงโทษผิดมรรยาททนายความตามพระราชบัญญัติทนายความพ.ศ. 2528 มาตรา 52(2) ที่ว่าห้ามทำการเป็นทนายความ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาจะพ้นกำหนดห้ามทำการเป็นทนายความในวันที่ 23 มกราคม 2543 รายละเอียดปรากฏตามหนังสือของสภาทนายความ ซึ่งเก็บอยู่ในสำนวนสารบาญเก็บอันดับที่ 9 นั้น เป็นเหตุให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องห้ามว่าความในศาล หรือแต่งฟ้อง คำให้การ...ให้แก่บุคคลอื่น ตามที่พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528มาตรา 33 บัญญัติไว้ ฉะนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหามาทำคำให้การให้จำเลย1 ครั้ง และว่าความในฐานะทนายความจำเลยอีก 3 ครั้ง ในการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นสำหรับคดีนี้จึงเป็นการกระทำที่ปราศจากอำนาจพึงกระทำได้เพราะผู้ถูกกล่าวหายังไม่พ้นกำหนดห้ามทำการเป็นทนายความดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลเสร็จเด็ดขาดในแต่ละครั้งที่ผู้ถูกกล่าวหากระทำ กรณีเป็นการกระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหลายกรรมต่างกัน มิใช่เป็นการกระทำต่อเนื่องกัน ซึ่งต้องลงโทษผู้ถูกกล่าวหาทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และเมื่อความปรากฏต่อศาลจากการรายงานของนายวิโรจน์ ธารรักษ์ ซึ่งเป็นจ่าศาลจังหวัดหนองคายว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเช่นเดียวกันนี้อีกหลายคดี ปรากฏตามบันทึกข้อความเรื่องนายสุพล ชุมแวงวาปีกระทำการเป็นทนายความในคดีโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเก็บอยู่ในสำนวนสารบาญเก็บอันดับที่ 9 ศาลจึงมีอำนาจให้นับโทษของผู้ถูกกล่าวหาต่อจากคดีอื่นได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคหนึ่ง ประการสุดท้ายที่ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นทนายความรู้กฎหมายย่อมทราบดีถึงสถานภาพในการเป็นทนายความของตน ย่อมต้องตระหนักถึงการปฏิบัติตนในศาลอันเป็นสถานที่ที่สำคัญที่ผู้ถูกกล่าวหาใช้เป็นที่ประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนแต่กลับปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายและศาล พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาเช่นนี้จึงไม่มีเหตุอันควรปรานีที่จะรอการลงโทษได้ อีกทั้งยังเห็นว่าโทษที่ศาลชั้นต้นลงมานั้นเป็นคุณแก่ผู้ถูกกล่าวหาแล้วคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7413/2544 พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ ผู้ถูกกล่าวหา โจทก์ นาย สุพล ชุมแวงวาปี โจทก์ นาย โท ปราบยุทธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย · โจทก์ - ผู้ถูกกล่าวหา · โจทก์ - นาย สุพล ชุมแวงวาปี · จำเลย - นาย โท ปราบยุทธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พันธาวุธ ปาณิกบุตร · ดลจรัส รัตนโศภิต · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ