⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 75/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 75/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสีย และการไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย เป็นเงื่อนไขสำคัญในการขอเป็นผู้จัดการมรดก

ย่อคำพิพากษา

คดีที่จำเลยยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของ ม. ผู้ตายมีประเด็นว่า จำเลยเป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิยื่น คำร้องขอต่อศาลและมีเหตุที่จะแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 หรือไม่ กับจำเลยเป็นบุคคลต้องห้ามที่จะเป็นผู้จัดการมรดกตามมาตรา 1728 หรือไม่ส่วนข้อที่ว่า ม. มีทรัพย์มรดกอะไรบ้าง จำนวนเท่าใด ไม่ใช่ประเด็นในคดีดังกล่าว การที่จำเลยเบิกความเท็จว่า บ้านเป็นของ ม. จึงมิใช่ข้อสำคัญในคดี ไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2539 เวลากลางวัน จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต่อศาลแพ่งธนบุรี คดีหมายเลขแดงที่ 5008/2539 โดยจำเลยเบิกความว่าจำเลยเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายมานพ ประสิทธิ์ และนางอำไพวรรณ ประสิทธิ์ ซึ่งมีบุตร 3 คน บิดาและมารดาของนายมานพถึงแก่กรรมนานแล้ว เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2522 นายมานพถึงแก่กรรมด้วยโรคความดันโลหิตสูงก่อนถึงแก่กรรมผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมหรือตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกแต่มีทรัพย์มรดก คือ บ้านเลขที่ 511/83แขวงบางพลัด เขตบางพลัด (ที่ถูกเป็นเขตบางกอกน้อย) กรุงเทพมหานครคำเบิกความของจำเลยดังกล่าวเป็นความเท็จที่เป็นข้อสำคัญในคดี เพราะขณะจำเลยเบิกความ นายมานพไม่ใช่เจ้าของบ้านเลขที่ 511/83 แต่ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คือ นายปริญญา อังกุราภินันท์ ซึ่งซื้อบ้านดังกล่าวมาจากการขายทอดตลาดของกรมสรรพากรตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2531ศาลแพ่งธนบุรีเชื่อคำเบิกความเท็จของจำเลยจึงมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายมานพ ต่อมาจำเลยทำสัญญาจะซื้อขายบ้านดังกล่าวให้แก่ผู้อื่นเป็นเหตุให้นายปริญญาได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายปริญญา อังกุราภินันท์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 วรรคแรก จำคุก 1 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นบุตรนายมานพ ประสิทธิ์ และนางอำไพวรรณ ประสิทธิ์ เมื่อวันที่ 18ตุลาคม 2528 สำนักงานสรรพากร กรุงเทพมหานคร ได้ออกประกาศว่าจะทำการขายทอดตลาดบ้านเลขที่ 511/83 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัดเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทรัพย์สินของนางอำไพวรรณในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดนพวรรณก่อสร้างผู้ค้างภาษีอากรโดยจะขายทอดตลาดเฉพาะตัวบ้านเลขที่ 511/83 เนื่องจากปลูกในที่ดินธรณีสงฆ์วัดอาวุธวิกสิตตาราม ผู้ใดซื้อได้ให้รื้อไปหรือติดต่อกับวัดในที่สุดโจทก์ร่วมประมูลซื้อได้ และได้ทำสัญญาซื้อขายกันที่สำนักงานเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2531 ตามหนังสือสัญญาขายบ้านเอกสารหมาย จ.2 ก่อนและหลังจากการขายทอดตลาดจำเลยได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 511/83 มาโดยตลอด จนกระทั่งวันที่ 11เมษายน 2539 จำเลยทำสัญญาจะขายบ้านเลขที่ 511/83 ให้แก่นางสาวเพ็ญณี จีรวัฒนาวงศ์ ตามสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.3 ต่อมาวันที่ 19กันยายน 2539 จำเลยเบิกความต่อศาลแพ่งธนบุรีในคดีหมายเลขดำที่ 4836/2539 ที่จำเลยยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายมานพผู้ตายว่านายมานพบิดาจำเลยถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2522 ก่อนถึงแก่กรรมนายมานพเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 511/83 ตามสำเนาคำให้การพยานเอกสารหมาย จ.4 ในที่สุดศาลแพ่งธนบุรีมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายมานพ ตามสำเนาคำสั่งคดีหมายเลขแดงที่ 5008/2539 ของศาลแพ่งธนบุรีเอกสารหมาย จ.5 หลังจากนั้นจำเลยนำสำเนาคำสั่งดังกล่าวไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขาบางกอกน้อยเพื่อโอนขายบ้านเลขที่ 511/83 ให้แก่นางสาวเพ็ญมณี โจทก์ร่วมทราบเรื่องจึงไปคัดค้าน ทำให้จำเลยไม่สามารถโอนขายบ้านดังกล่าวได้ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยได้กระทำความผิดฐานเบิกความเท็จตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่าในคดีหมายเลขดำที่ 4836/2539คดีหมายเลขแดงที่ 5008/2539 ของศาลแพ่งธนบุรี ซึ่งจำเลยเป็นผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายมานพผู้ตาย ประเด็นในคดีมีว่าจำเลยเป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลและมีเหตุที่จะแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 หรือไม่ส่วนที่ว่านายมานพเจ้ามรดกมีทรัพย์มรดกอะไรบ้าง จำนวนเท่าใดนั้น ไม่ใช่ประเด็นในคดีดังกล่าว ดังนั้น แม้จำเลยจะเบิกความหรือแสดงหลักฐานว่าบ้านเลขที่ 511/83 เป็นของนายมานพผู้ตายซึ่งเป็นความเท็จ เพราะขณะจำเลยเบิกความ นายมานพไม่ใช่เจ้าของบ้านหลังนี้ แต่ผู้ที่เจ้าของคือโจทก์ร่วมก็ตาม คำเบิกความของจำเลยดังกล่าวก็หาใช่ข้อสำคัญในคดีไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานเบิกความเท็จมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 75/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย ปริญญา อังกุราภินันท์ โจทก์ นาย พฤติพงศ์ ประสิทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย ปริญญา อังกุราภินันท์ · จำเลย - นาย พฤติพงศ์ ประสิทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · มงคล คุปต์กาญจนากุล · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 173/2514ฎีกา 700/2506ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 765/2532ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 5558/2534ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1778/2526ฎีกา 2751/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2539/2519ฎีกา 1349/2533ฎีกา 558/2548ฎีกา 582-583/2503ฎีกา 904/2516ฎีกา 1566/2525ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 3098/2539ฎีกา 2034/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา