⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7592/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7592/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดีของศาลแขวงให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 20 โดยเฉพาะ และไม่อาจนำบทบัญญัติเกี่ยวกับการทำคำพิพากษาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 186 มาใช้บังคับได้

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 20 ได้บัญญัติวิธีดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดีของศาลแขวงไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเกี่ยวกับการทำคำพิพากษาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 186 มาใช้บังคับได้ ศาลชั้นต้นบันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพ และคำพิพากษาในบันทึกฉบับเดียวกันและอ่านให้คู่ความฟังในวันเดียวกัน จำเลยที่ 1 ที่ 2 รวมทั้งโจทก์ จำเลยที่ 3 และที่ 4 ก็ลงชื่อทราบไว้โดยไม่มีฝ่ายใดโต้แย้งว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เข้าใจข้อหาตามฟ้องแล้วจึงรับสารภาพ คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ , ๓๙๑ , ๘๓ ริบของกลาง จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ , ๘๓ จำคุกคนละ ๒ เดือน จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑ , ๘๓ ปรับคนละ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ คงจำคุกคนละ ๑ เดือน จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ คงปรับคนละ ๕๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐ ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองในปัญหาข้อกฎหมายตามที่ศาลชั้นต้นรับขึ้นมาว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกาว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๖ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฐานทำร้ายจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ซึ่งความผิดตามมาตรานี้กฎหมายบัญญัติให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงซึ่งผู้พิพากษานายเดียวมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ตามมาตรา ๑๕ ประกอบมาตรา ๒๒ (๕) แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรมที่ใช้บังคับในขณะนั้น และในกรณีที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตามข้อหาที่พนักงานสอบสวนแจ้งในชั้นสอบสวน พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้บัญญัติถึงวิธีการที่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการและศาลต้องปฏิบัติไว้ในมาตรา ๒๐ ว่า "? ให้พนักงานสอบสวนนำผู้ต้องหามายังพนักงานอัยการเพื่อฟ้องศาลโดยมิต้องทำการสอบสวน และให้ฟ้องด้วยวาจา ให้ศาลถามผู้ต้องหาว่าจะให้การประการใด และถ้าผู้ต้องหายังให้การรับสารภาพ ให้ศาลบันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพ และทำคำพิพากษาในบันทึกฉบับเดียวกัน แล้วให้โจทก์จำเลยลงชื่อไว้ในบันทึกนั้น?" จึงเป็นกรณีที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้บัญญัติวิธีดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดีของศาลแขวงไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเกี่ยวกับการทำคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๖ มาใช้บังคับในกรณีนี้ได้ตามที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา เมื่อจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยังให้การรับสารภาพในชั้นศาล การที่ศาลชั้นต้นบันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพ และคำพิพากษาในบันทึกฉบับเดียวกัน และอ่านให้คู่ความฟังในวันเดียวกันซึ่งจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ รวมทั้งโจทก์ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ก็ลงชื่อทราบไว้แล้วโดยไม่มีฝ่ายใดโต้แย้งว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เข้าใจข้อหาตามฟ้องแล้วจึงรับสารภาพ คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว? พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7592/2544 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานี โจทก์ นายสุทน เทพธัญญ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายสุทน เทพธัญญ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพัฒน์ บุญยุบล · สายันต์ สุรสมภพ · พิชิต คำแฝง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี - นายอนันต์ ยมจินดา · ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ - นายสุรศักดิ์ วิมลรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3299/2547ฎีกา 3416/2540ฎีกา 5677/2555ฎีกา 88/2520ฎีกา 5409/2533ฎีกา 9999/2559ฎีกา 1875/2547ฎีกา 964/2520ฎีกา 677/2487ฎีกา 1666/2506ฎีกา 3388/2526ฎีกา 1113/2510ฎีกา 3879/2542ฎีกา 657/2482ฎีกา 464/2523ฎีกา 3539/2547ฎีกา 4136/2541ฎีกา 1618/2499ฎีกา 2077/2530ฎีกา 5721/2544ฎีกา 21554/2556ฎีกา 5883/2541ฎีกา 2557/2522ฎีกา 7566/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา