⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7688/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7688/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การตั้งประเด็นในฎีกาต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในฎีกาเท่านั้น จะทำเป็นคำแถลงการณ์ภายหลังไม่ได้ * การฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากผู้เช่าที่อยู่ในอาคารโดยละเมิด ไม่จำเป็นต้องอาศัยสัญญาเช่าเป็นหลักฐาน

ย่อคำพิพากษา

การตั้งประเด็นในฎีกาเพื่อขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยนั้น ต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในฎีกา จะทำเป็นคำแถลงการณ์หาได้ไม่ ดังนั้น แม้จำเลยจะยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีไม่ปิดอากรแสตมป์ก็ตาม แต่จำเลยยื่นหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาแล้ว คำร้องดังกล่าวของจำเลยเป็นเพียงคำแถลงการณ์เท่านั้น จึงไม่ก่อให้เกิดประเด็นในชั้นฎีกา แม้โจทก์จะตั้ง จ. เป็นตัวแทนทำสัญญาเช่าอาคารพิพาทกับจำเลยโดยมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 789 ก็ตาม แต่จำเลยยอมรับว่าจำเลยเช่าอาคารพิพาทตามที่โจทก์ฟ้อง และโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้ว อีกทั้งคดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหาย อันเป็นเรื่องที่จำเลยและบริวารอยู่ในอาคารที่เช่าโดยละเมิดโจทก์จึงมีอำนาจขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารพิพาทและเรียกค่าเสียหายโดยมิต้องอาศัยสัญญาเช่าแต่ประการใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารที่เช่า และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 116,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์กับค่าเสียหายต่อไปอีกเดือนละ 4,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 4,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารที่เช่า จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากอาคารเลขที่ 1535/4 ซอยพระยาเพชร์ ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาธร กรุงเทพมหานคร และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 5,800 บาทและค่าเสียหายต่อไปอีกเดือนละ 200 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินทั้งสองดังกล่าว นับแต่วันที่ 30 มกราคม 2540 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากอาคารดังกล่าว จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยอ้างว่าหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์มอบอำนาจให้นายอภิชาติ กมลทิพย์ ฟ้องคดีไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า จำเลยยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะเหตุดังกล่าวหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาแล้ว จึงถือว่าคำร้องดังกล่าวของจำเลยเป็นเพียงคำแถลงการณ์เท่านั้น การตั้งประเด็นคดีในชั้นฎีกาเพื่อขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยนั้น จำเลยจะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในฎีกา จะทำเป็นคำแถลงการณ์หาได้ไม่ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยประการที่สองว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าบันทึกข้อตกลงเรื่องสิทธิเก็บกินเอกสารท้ายฟ้องโจทก์หมายเลข 1 มีข้อความสับสนเลอะเลือน อ่านไม่ออก อ่านไม่เข้าใจ และค่าเสียหายของโจทก์ที่เรียกมาไม่ชัดเจน เห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์ได้บรรยายไว้ชัดเจนแล้วว่า โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินตลอดชีวิตโดยชอบด้วยกฎหมายบนที่ดินโฉนดเลขที่ 5161 และ 671 ตำบลบางขวาง (บ้านทวาย) อำเภอยานนาวา (บางรัก) จังหวัดพระนคร อันเป็นที่ตั้งของอาคารเลขที่ 1535/4ถนนสาธรใต้ แขวงและเขตยานนาวา (สาธร) กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2513 ต่อมาวันที่ 1 กันยายน 2534 จำเลยได้ทำสัญญาเช่าอาคารเลขที่ 1535/4ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาธร กรุงเทพมหานคร มีกำหนดระยะเวลาการเช่า 3 ปี ค่าเช่าเดือนละ 100 บาท และบรรยายฟ้องเกี่ยวกับค่าเสียหายว่าเมื่อหมดอายุสัญญาเช่าแล้ว จำเลยไม่ได้ทำสัญญาเช่าใหม่ จำเลยและบริวารยังคงครอบครองอาคารที่เช่าเป็นการละเมิด โจทก์อาจนำไปให้บุคคลภายนอกเช่าจะได้ค่าเช่าไม่ต่ำกว่าเดือนละ 4,000 บาท โจทก์ขอคิดค่าเสียหายจากจำเลยนับแต่วันที่สัญญาเช่าสิ้นสุดลงจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 116,000 บาท เห็นว่าตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 เมื่ออ่านแล้วสามารถเข้าใจได้ว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิเก็บกินตลอดชีวิตในที่ดินที่อาคารพิพาทตั้งอยู่ ซึ่งโจทก์ก็ได้บรรยายฟ้องไว้แล้วว่า โจทก์มีสิทธิเก็บกินตลอดชีวิตบนที่ดินโฉนดเลขที่ 5161 และ 671 ตำบลบางขวาง (บ้านทวาย) อำเภอยานนาวา (บางรัก) จังหวัดพระนคร ซึ่งอาคารพิพาทตั้งอยู่ และโจทก์ได้บรรยายฟ้องต่อมาเกี่ยวกับค่าเสียหายว่า โจทก์อาจนำอาคารพิพาทให้บุคคลภายนอกเช่าไม่ต่ำกว่าเดือนละ 4,000 บาทเป็นค่าเสียหายนับแต่วันทำสัญญาเช่าสิ้นสุดลงจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 116,000บาท จึงเป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว คำฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยประการสุดท้ายว่า โจทก์มอบอำนาจให้นางสาวจิตรา รักตประจิต ทำสัญญาเช่าแทนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า สัญญาเช่าอาคารพิพาทมีกำหนด 3 ปี ซึ่งการเช่าจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ การที่โจทก์อ้างนางสาวจิตรารักตประจิต เป็นตัวแทนเพื่อทำสัญญาเช่าอาคารพิพาทกับจำเลย จึงต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออ้าง แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือมอบให้นางสาวจิตรา รักตประจิต เป็นผู้มีอำนาจทำสัญญาเช่าอาคารพิพาทกับจำเลยสัญญาเช่าจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นว่า แม้โจทก์จะตั้งนางสาวจิตรา รักตประจิต เป็นตัวแทนทำสัญญาเช่าอาคารพิพาทกับจำเลยโดยมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 ก็ตาม แต่จำเลยยอมรับว่าจำเลยเช่าอาคารพิพาทตามที่โจทก์ฟ้อง และโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้ว อีกทั้งคดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหาย อันเป็นเรื่องที่จำเลยและบริวารอยู่ในอาคารที่เช่าโดยละเมิดโจทก์จึงมีอำนาจขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารพิพาทและเรียกค่าเสียหายโดยมิต้องอาศัยสัญญาเช่าแต่ประการใด ฎีกาจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7688/2544 นาง กิมเจ็งหรือเจง รักตประจิต โจทก์ นางสาว พิศมัย พัวถาวรสกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง กิมเจ็งหรือเจง รักตประจิต · จำเลย - นางสาว พิศมัย พัวถาวรสกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สบโชค สุขารมณ์ · ชูชาติ ศรีแสง · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5004/2540ฎีกา 1123/2495ฎีกา 6390/2550ฎีกา 1539/2548ฎีกา 973/2536ฎีกา 318/2527ฎีกา 380/2537ฎีกา 4936/2536ฎีกา 1701/2538ฎีกา 1409/2508ฎีกา 318-329/2525ฎีกา 1792/2559ฎีกา 907/2503ฎีกา 1228/2498ฎีกา 3643/2537ฎีกา 2358/2518ฎีกา 658-660/2505ฎีกา 7237/2537ฎีกา 464/2549ฎีกา 3285/2532ฎีกา 480/2534ฎีกา 2297/2541ฎีกา 5667/2533ฎีกา 3492/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ