คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่างมีหนี้ต้องชำระต่อกัน เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาฝ่ายที่ต้องรับชำระหนี้ก่อน ย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลออกคำบังคับเพื่อบังคับให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอีกฝ่ายหนึ่งชำระหนี้ได้ภายในอายุความตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลชั้นต้นเป็นผลให้โจทก์และจำเลยต่างมีสภาพเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่มีหนี้ต้องชำระต่างตอบแทนกัน ในส่วนจำเลยจะต้องโอนสิทธิครอบครองในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ และโจทก์จะต้องชำระค่าที่ดินให้แก่จำเลยเช่นกัน อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 272 จำเลยย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับเพื่อดำเนินการบังคับให้โจทก์ปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ภายใน 10 ปีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองในที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 89 ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจานจังหวัดเพชรบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องแก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โดยโจทก์ต้องชำระเงินค่าที่ดิน 1,546,500 บาท แก่จำเลยกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์เท่าที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 70,000 บาท คดีถึงที่สุด
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้โจทก์รับโอนสิทธิครอบครองที่ดินพร้อมชำระเงินค่าที่ดินแก่จำเลยตามคำพิพากษาภายใน 30 วัน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีเป็นสิทธิของโจทก์ที่จะดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยภายใน 10 ปี นับแต่มีคำพิพากษา จำเลยไม่มีสิทธิที่จะบังคับโจทก์ได้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้แก่จำเลย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยมีสิทธิร้องขอให้ศาลออกคำบังคับและดำเนินการบังคับคดีแก่โจทก์ได้หรือไม่เห็นว่า ตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดของศาลชั้นต้นเป็นผลให้โจทก์และจำเลยต่างมีสภาพเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่มีหนี้ต้องชำระต่างตอบแทนกัน ในส่วนจำเลยจะต้องโอนสิทธิครอบครองในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ และโจทก์จะต้องชำระค่าที่ดินจำนวน1,546,500 บาท ให้แก่จำเลยเช่นกัน อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 272 จำเลยย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับเพื่อดำเนินการบังคับให้โจทก์ปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ภายใน 10 ปี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2544
นาย สมชาย เกียรติสูงเด่น โจทก์
นาง จุรีรัตน์ ผลบุญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย สมชาย เกียรติสูงเด่น · จำเลย - นาง จุรีรัตน์ ผลบุญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีดี รุ่งวิสัย · เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · สมศักดิ์ เนตรมัย |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ