คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8012/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีไว้ในครอบครองเพื่อขายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ถือเป็นการกระทำความผิดฐานขายแล้ว มิใช่ความผิดฐานพยายามขายอีก
ย่อคำพิพากษา
พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4 ได้ให้คำนิยามของคำว่า "ขาย" ให้หมายความรวมถึง จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขาย ดังนี้ เมื่อจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ใน ครอบครองเพื่อขายและพยายามขายเมทแอมเฟตามีนของกลางในวันเวลาเดียวกันและต่อเนื่องกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวฐานขายเมทแอมเฟตามีนเท่านั้นเพราะการมีไว้เพื่อขายก็เป็นการขายแล้ว มิใช่มีความผิดฐานพยายามขายเมทแอมเฟตามีนของกลางอีก ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้ไม่มีคู่ความใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195
วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔, ๖, ๑๓ ทวิ, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖, ๑๐๖ ทวิ, ๑๑๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๘๓, ๙๒ ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุขและเพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ตามกฎหมาย
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ ๑ รับข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๖๒ วรรคหนึ่ง, ๘๙, ๑๐๖ ทวิ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุข
โจทก์ และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ขายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่สายลับ แต่ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบคงได้ความเพียงว่า เมื่อจำเลยที่ ๑ ดูเงินล่อซื้อที่นายประยูรแล้ว จำเลยที่ ๑ เดินไปหยิบเมทแอมเฟตามีนของลางจะมาส่งมอบให้แก่นายประยูร เจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมจำเลยที่ ๑ พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางที่ยังไม่ได้ส่งมอบให้แก่นายประยูร ยังอยู่ในขั้นตอนที่จำเลยที่ ๑ พยายามขายเมทแอมเฟตามีนของกลางและศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ อันเป็นการปรับบทลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานพยายามขายเมทแอมเฟตามีน ของกลางรวมกับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อขายด้วยนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔ ได้ให้คำนิยามคำว่า "ขาย" ให้หมายความรวมถึง จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขาย ดังนี้ เมื่อจำเลยที่ ๑ มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อขายและพยายามขายเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในวันเวลาเดียวกันและต่อเนื่องกัน การกระทำของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าว จึงเป็นความผิดกรรมเดียวฐานขายเมทแอมเฟตามีนตามคำนิยามของบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเท่านั้น เพราะการมีไว้เพื่อขายก็เป็นการขายแล้ว มิใช่มีความผิดฐานพยายามขายเมทแอมเฟตามีนของกลางอีกด้วย ปัญหานี้เป็น ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๖๒ วรรคหนึ่ง, ๘๙, ๑๐๖ ทวิ การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ซึ่งแต่ละบทมีระวางโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานขายเมทแอมเฟตามีนตามมาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๘๙ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8012/2544
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นางทองย้อยหรือย้อย พราหมณ์สังข์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นางทองย้อยหรือย้อย พราหมณ์สังข์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ เนตรมัย · อัธยา ดิษยบุตร · ปรีดี รุ่งวิสัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายสุรศักดิ์ วิมลรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสันติ งามสันติกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา