⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8275/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8275/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการกระทำความผิด แม้จะทำไปเพื่อหวังประโยชน์ตอบแทนจากบุคคลอื่น ก็ถือเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเพียงผู้ติดต่อหารถแทรกเตอร์ไปไถที่ดินที่เกิดเหตุเพื่อได้รับค่าตอบแทนจากเจ้าของรถแทรกเตอร์ จะถือว่าจำเลยร่วมยึดถือครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินที่เกิดเหตุหาได้ไม่ แต่จำเลยทราบว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตป่าสงวนแห่งชาติ การที่จำเลยติดต่อหารถแทรกเตอร์ไปไถที่ดินที่เกิดเหตุแม้จะทำเพื่อหวังประโยชน์ตอบแทนจากเจ้าของรถแทรกเตอร์ ก็ถือได้ว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการกระทำความผิด จำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตาม ป.อ. มาตรา 86

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.31 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ม.33 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ม.38 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ม.54

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔ , ๓๓ , ๓๘ , ๕๔ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๔ , ๖ , ๙ , ๑๔ , ๓๑ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๔ , ๕๕ , ๗๒ ตรี , ๗๔ จัตวา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย ให้จำเลยทั้งสอง คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทนและบริวารของจำเลยทั้งสองออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๓๓ , ๓๘ วรรคหนึ่ง , ๕๔ วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง , ๓๑ วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายหมายอาญา มาตรา ๘๓? จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ และการกระทำของจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ ๒ หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ เป็นเพียงผู้ติดต่อหารถแทรกเตอร์ไปไถที่ดินที่เกิดเหตุเพื่อได้รับค่าตอบแทนจากเจ้าของรถแทรกเตอร์เท่านั้น จะถือว่าจำเลยที่ ๑ ร่วมยึดถือครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินที่เกิดเหตุร่วมกับจำเลยที่ ๒ หาได้ไม่ ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ ๒ แต่ข้อเท็จจริงได้ความตามคำเบิกความพยานโจทก์ว่า เขตป่าสงวนแห่งชาติมีลำน้ำเป็นแนวเขต และมีหลักเขตพร้อมแผ่นป้ายแสดงแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตป่าสงวนแห่งชาติไว้ชัดเจน โดยอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ ๑ กิโลเมตร เท่านั้น จึงเชื่อว่าจำเลยที่ ๑ ทราบว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตป่าสงวนแห่งชาติ การที่จำเลยที่ ๑ ติดต่อหารถแทรกเตอร์ไปไถที่ดินที่เกิดเหตุ แม้จะทำเพื่อหวังประโยชน์ตอบแทนจากเจ้าของรถแทรกเตอร์ดังที่จำเลยที่ ๑ นำสืบ ก็ถือได้ว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ ๒ กระทำความผิด จำเลยที่ ๑ จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๑ นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๓๓ , ๓๘ วรรคหนึ่ง , ๕๔ วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง , ๓๑ วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๓ เดือน และปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท เมื่อลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสามแล้ว คงจำคุก ๒ เดือน และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ให้จำเลยที่ ๑ ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๓ เดือน ต่อครั้ง มีกำหนด ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๖. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8275/2544 พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ นายริด บัวลา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก · จำเลย - นายริด บัวลา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ ตรีสุวรรณ · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · จำรูญ แสนภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายวิชิต คงรัตนชาติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสุริยง ลิ้มสถิรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3646/2565ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 643/2531ฎีกา 215/2556ฎีกา 4547/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา