⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9105/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9105/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาที่สั่งงดสืบพยานจำเลย โดยขอให้ศาลอุทธรณ์กลับคำสั่งและให้สืบพยานจำเลยต่อไป ถือเป็นการอุทธรณ์ที่ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้สืบพยานจำเลยต่อไป หากจำเลยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ ถือเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยไม่มีสิทธิฎีกาในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่สั่งงดสืบพยานจำเลย ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและให้สืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี เท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้สืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ โดยจำเลยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะปฏิเสธไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นการมิชอบ ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 3,589,560.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี ในต้นเงิน 2,831,577.54 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยและทนายจำเลยไม่มาศาล จำเลยมีพฤติการณ์ประวิงคดี ให้งดสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชนะคดี โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษา จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ให้งดสืบพยานจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า? จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่สั่งงดสืบพยานจำเลย ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและให้สืบพยานจำเลยต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี เท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้สืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยผู้อุทธรณ์จะต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 คือ ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์นั้นด้วย ปรากฏว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะปฏิเสธไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นการมิชอบ และถือไม่ได้ว่าฎีกาของจำเลยเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะที่เกี่ยวกับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้ยกอุทธรณ์คำสั่งและฎีกาคำสั่งของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์เฉพาะที่เกี่ยวกับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยและชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9105/2544 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายณรงค์ วงศ์วิวัฒน์ชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายณรงค์ วงศ์วิวัฒน์ชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เนตรมัย · ไพศาล เจริญวุฒิ · สายันต์ สุรสมภพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายทวี เนียมประดิษฐ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประจวบ พัชนีรัตนกรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1196/2513ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1733/2498ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 497/2539ฎีกา 459/2546ฎีกา 582/2510ฎีกา 1632/2536ฎีกา 2846/2522ฎีกา 2208/2534ฎีกา 486/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา