⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1052/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นรวมการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายด้วย และเป็นความผิดได้ในตัวเอง ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจได้ แม้ในคำฟ้องจะไม่ได้บรรยายถึงอันตรายที่เกิดขึ้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานพยายามฆ่า โดยใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายซึ่งกันและกันและกระสุนปืนที่จำเลยที่ 2 ยิงไม่ถูกจำเลยที่ 1 โดยไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ได้รับอันตรายแก่กายอย่างไร และทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ 2 ใช้อาวุธปืนตีศีรษะของจำเลยที่ 1 จนได้รับอันตรายแก่กาย แต่การกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นรวมการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายด้วย และเป็นความผิดได้ในตัวเอง ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ , ๖๐, ๓๗๑, ๓๗๖, ๙๑, ๓๓, ๓๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ริบปลอกกระสุนปืนขนาด ๖.๓๕ มิลลิเมตร จำนวน ๓ ปลอก กระสุนปืนขนาด ๙ มิลลิเมตร จำนวน ๑ ปลอก ซองพกหนังขนาด ๙ มิลลิเมตร จำนวน ๑ ซอง หัวกระสุนปืน ๑ หัว และคืนอาวุธปืนพกสั้นหมายเลขทะเบียน มก. ๖/๑๖๑๒๔ แก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐, ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐, ๖๐ อีกสองบท ซึ่งมีอัตราโทษเท่ากัน จึงลงโทษเพียงบทเดียว มาตรา ๓๗๑, ๓๗๖ จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐, ๓๗๑, ๓๗๖ และจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๗๒ วรรคสาม, ๗๒ ทวิ วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นและฐานยิงปืนในที่ชุมนุมชนโดยใช่เหตุ เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุกคนละ ๑๕ ปี ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่น จำคุกคนละ ๖ เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยฝ่าฝืนกฎหมายลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ ๖ เดือน รวมจำคุกคนละ ๑๕ ปี ๑๒ เดือน ทางนำสืบของจำเลยที่ ๑ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ กำหนด ๑๐ ปี ๘ เดือน ริบปลอกกระสุนปืนขนาด ๖.๓๕ มิลลิเมตร ๓ ปลอก ปลอกกระสุนปืนขนาด ๙ มิลลิเมตร ๑ ปลอก ซองพกหนังและหัวกระสุนปืนของกลาง และคืนอาวุธปืนหมายเลขทะเบียน มก. ๖/๑๖๑๒๔ แก่เจ้าของ ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๑๒ ปี รวมกับโทษฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่น และฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยฝ่าฝืนกฎหมายเป็นจำคุกคนละ ๑๒ ปี ๑๒ เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๘ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ กับพวกของจำเลยที่ ๒ ได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันจำเลยที่ ๒ เข้าไปใช้อาวุธปืนสั้นตีศีรษะของจำเลยที่ ๑ ทรุดลง แล้วเล็งปืนไปที่จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ จึงเข้าแย่งอาวุธปืนจากจำเลยที่ ๒ อาวุธปืนของจำเลยที่ ๒ จึงลั่นขึ้น ๑ นัด แล้วจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ได้กอดปล้ำต่อสู้กัน จึงมีเสียงปืนดังขึ้นอีก ๓ นัด ซึ่งจากทางนำสืบของโจทก์ไม่มีพยานโจทก์คนใดเห็นจำเลยที่ ๒ ยิงปืนไปทางจำเลยที่ ๑ วิถีกระสุนปืนของจำเลยที่ ๒ ไม่มีผู้ใดทราบว่าพุ่งไปทิศทางใด ทั้งได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นได้ปลอกกระสุนปืนขนาด ๙ มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดเดียวกับอาวุธปืนของจำเลยที่ ๒ เพียง ๑ ปลอก ดังนี้อาวุธปืนของจำเลยที่ ๒ จึงอาจลั่นขึ้นเพราะจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กอดปล้ำแย่งอาวุธปืนกันก็เป็นได้ เมื่อพิจารณาประกอบกับพฤติการณ์ของจำเลยที่ ๒ ตั้งแต่แรกที่มีโอกาสยิงจำเลยที่ ๑ ได้ในทันทีแต่หาได้กระทำไม่ คงเพียงแต่ใช้ด้ามปืนตีศีรษะของจำเลยที่ ๑ จนได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่และจิตใจ ตามใบความเห็นแพทย์เอกสารหมายล.๓ เท่านั้น การที่จำเลยที่ ๒ เล็งปืนไปที่จำเลยที่ ๑ โดยยังไม่ได้ยิง ก็อาจเป็นเพียงข่มขู่เท่านั้น ไม่อาจสันนิษฐานให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ ๒ ได้ ข้อเท็จจริงจึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๒ ใช้อาวุธปืนยิงและมีเจตนาฆ่าจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ จึงไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นและยิงปืนในที่ชุมนุมชนโดยใช่เหตุ คงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยที่ ๒ มีเจตนาทำร้ายร่างกายจำเลยที่ ๑ จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจเท่านั้น ซึ่งศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า แม้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานพยายามฆ่า โดยใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายซึ่งกันและกันและกระสุนปืนที่จำเลยที่ ๒ ยิงไม่ถูกจำเลยที่ ๑ โดยไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ได้รับอันตรายแก่กายอย่างไร และทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ ๒ ใช้อาวุธปืนตีศีรษะของจำเลยที่ ๑ จนได้รับอันตรายแก่กายแต่การกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นรวมการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายด้วย และเป็นความผิดได้ในตัวเอง ดังนี้ ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ ๒ ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคท้าย พยานหลักฐานจำเลยที่ ๒ ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยที่ ๒ มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังขึ้นเป็นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ วางโทษจำคุก ๒ ปี เมื่อรวมกับโทษความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ที่ศาลอุทธณณ์ภาค ๗ พิพากษาจำคุก ๑๒ เดือน แล้ว รวมจำคุกมีกำหนด ๒ ปี ๑๒ เดือน ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบกับมาตรา ๘๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗ นายสมยศ เข็มทอง ผู้ช่วยฯ นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2545 นายไพรินทร์หรือต๋อย วรพิสุทธิวงศ์ กับพวก

รายละเอียดคดี

คู่ความกับพวก - นายไพรินทร์หรือต๋อย วรพิสุทธิวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล ทับเที่ยง · วิเทพ ศิริพากย์ · ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายนิกร ทัสสโร · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายพินิจ บุญชัด
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2480/2538ฎีกา 99/2541ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 1588/2479ฎีกา 892/2497ฎีกา 10648/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 4276/2534ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1638/2492ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1368/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา