⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1118/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1118/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
วัตถุที่จะถือว่าเป็นวัตถุระเบิดตามกฎหมาย ต้องเป็นวัตถุที่เมื่อจุดไฟแล้วจะทำให้เกิดการระเบิดส่งกำลังดันอย่างแรงต่อสิ่งห้อมล้อม และมีแรงทำลายหรือแรงประหาร

ย่อคำพิพากษา

วัตถุของกลางไม่มีสะเก็ดระเบิด มีแต่ทำให้เกิดไฟไหม้มากน้อยแล้วแต่การกระจายของน้ำมันเบนซิน ทั้งโจทก์ไม่สามารถนำสืบให้เห็นว่าวัตถุของกลางเมื่อจุดไฟแล้วจะทำให้เกิดการระเบิดส่งกำลังดันอย่างแรงต่อ สิ่งห้อมล้อมหรือไม่ และกำลังดันนั้นมีแรงทำลายหรือแรงประหารอย่างไร จึงไม่ถือว่าเป็นวัตถุระเบิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.4 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 ม.4 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 ม.43 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 ม.55 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 ม.78 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 ม.80

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และ สิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๔๓, ๕๕, ๗๘, ๘๐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๘๓, ๙๑ ริบของกลางทั้งหมด จำเลยทั้งสิบให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ ๗ ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็น รับสารภาพ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๙ ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๙ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ และที่ ๑๐ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ และที่ ๑๐ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ และที่ ๑๐ ไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ของกลางดังกล่าวเป็นวัตถุระเบิดตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า บทบัญญัติวิเคราะห์ศัพท์คำว่า "วัตถุระเบิด" ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๔ (๓) บัญญัติว่า "วัตถุระเบิด" คือ วัตถุที่สามารถส่งกำลังดันอย่างแรงต่อสิ่งห้อมล้อมโดยฉับพลันในเมื่อระเบิดขึ้น โดยมีสิ่งเหมาะมาทำให้เกิดกำลังดัน หรือโดยการ สลายตัวของวัตถุระเบิดนั้นทำให้มีแรงทำลายหรือแรงประหาร กับหมายความรวมตลอดถึงเชื้อประทุต่าง ๆ หรือ วัตถุอื่นใดอันมีสภาพคล้ายคลึงกันซึ่งใช้หรือทำขึ้นเพื่อให้เกิดการระเบิดซึ่งรัฐมนตรีจะได้ประกาศระบุไว้ใน ราชกิจจานุเบกษา แต่คดีนี้โจทก์ไม่สามารถนำสืบอธิบายให้เห็นว่าน้ำมันเบนซินที่บรรจุอยู่ในขวดเบียร์ ขวดน้ำ และ ถังแกลลอนของกลางนั้น เมื่อจุดไฟจากเศษผ้าซึ่งเป็นสายชนวนแล้ว จะทำให้เกิดการระเบิดส่งกำลังดันอย่างแรงต่อ สิ่งห้อมล้อมโดย ฉับพลันหรือไม่ และกำลังดันนั้นทำให้มีแรงทำลายหรือแรงประหารอย่างไร กลับได้ความจาก รายงานการตรวจพิสูจน์ว่า "ของกลางอยู่ในสภาพใช้การได้ เมื่อจุดแล้วขว้างปาไปจะทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ และสามารถทำอันตรายต่อร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนทรัพย์สินเสียหายได้" และได้ความจากคำเบิกความพยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้ตรวจพิสูจน์ของกลางคดีนี้ว่า ของกลางคดีนี้นั้นเป็นระเบิดเพลิงชนิดทำเอง ซึ่งคุณสมบัติของระเบิดเพลิงนั้นเมื่อจุดจะทำให้เกิดการลุกไหม้ ซึ่งอานุภาพของระเบิดเพลิงทางสะเก็ดนั้นไม่มี คือเมื่อปาขวดออกไปแล้วขวดแตก บริเวณนั้นจะเกิดไฟไหม้ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำมันบรรจุไว้ในขวดมีมากเพียงใด การกระจายของระเบิดเพลิงเวลาแตกนั้นขึ้นอยู่กับแรงกระแทก กรณีที่ถูกวัตถุที่แข็งเช่นพื้นนั้นจะทำให้กระจายมาก แต่หากถูกพื้นดินอาจจะทำให้ไม่เกิดการกระจายเลย ดังนั้น เมื่อได้ความว่าวัตถุของกลางไม่มีสะเก็ดระเบิด มีแต่ทำให้เกิดไฟไหม้มากน้อยแล้วแต่การกระจายของน้ำมันเบนซิน จึงไม่สามารถส่งกำลังดันอย่างแรงต่อสิ่งห้อมล้อมโดยฉับพลัน และไม่มีกำลังดันทำให้มีแรงทำลายหรือแรงประหาร อีกทั้งลักษณะของวัตถุของกลางก็ไม่ใช่เชื้อประทุหรือวัตถุที่มีสภาพคล้ายคลึงกับเชื้อประทุซึ่งใช้หรือทำขึ้นเพื่อให้เกิดการระเบิดดังที่มาตรา ๔ (๓) ให้คำวิเคราะห์ศัพท์ไว้ จึงไม่ถือว่าเป็นวัตถุระเบิด การที่ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ และที่ ๑๐ มีขวดเบียร์ ขวดน้ำ และถังแกลลอนที่บรรจุน้ำมันเบนซินของกลางไว้ในครอบครอง และเคลื่อนย้ายจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1118/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสมบูรณ์ ม่วงแก้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสมบูรณ์ ม่วงแก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย วิสิทธวงศ์ · ไพศาล เจริญวุฒิ · จรูญวิทย์ ทองสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสนั่น รินทร์ศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล เอกโยคยะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5704/2549ฎีกา 372/2479ฎีกา 29/2485ฎีกา 404/2489ฎีกา 1824/2499ฎีกา 4155/2535ฎีกา 738/2536ฎีกา 1216/2481ฎีกา 5164/2533ฎีกา 1428/2548ฎีกา 2910/2553ฎีกา 6640/2541ฎีกา 1540/2482ฎีกา 5430/2539ฎีกา 5133/2545ฎีกา 1551/2516ฎีกา 8432/2544ฎีกา 3973/2552ฎีกา 267/2506ฎีกา 3553/2529ฎีกา 2095/2536ฎีกา 5290/2552ฎีกา 472/2484ฎีกา 6636/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา