คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 412/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ หากโทษจำคุกที่ศาลอุทธรณ์กำหนดไม่เกิน 1 ปี
ย่อคำพิพากษา
กรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 ให้ปรับจำเลย 100 บาท ของกลางทั้งหมดให้ริบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7 ; (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 มาตรา 3, 5, 8 และกฎกระทรวงมหาดไทย(ฉบับที่ 7) พ.ศ.2501 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น
ดังนี้ แม้จะเป็นการแก้ไขมากก็ดี แต่โทษจำคุกยังไม่เกิน 1 ปี เช่นนี้ จำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ต้องห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.4 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 ม.3 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 ม.5 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 ม.8 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจมีอาวุธปืนและกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาตให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๕๕, ๗๒, ๗๘ ; (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๐๑ มาตรา ๓, ๕, ๘ กฎกระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๕๐๑ และริบของกลาง
จำเลยปฏิเสธว่ามิได้กระทำความผิด
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยได้มีกระสุนปืนขนาด ๙ ม.ม.๔ นัดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย แต่ปืนคาร์บิน ๑ กระบอก ซองกระสุน ๒ อัน กระสุนปืน ๑๗ นัด และลูกระเบิดมือ ๒ ลูก ซึ่งพบใต้ถุนเรือนของจำเลยนั้น ทางพิจารณาฟังไม่ได้ว่าเป็นของจำเลยมีไว้ในครอบครองเพราะอาจเป็นของผู้อื่นนำมาซุกใส่ไว้ใต้ถุนเรือนจำเลย ซึ่งปรากฏว่าบ้านจำเลยไม่มีรั้วรอบขอบชิด รูปคดีเป็นที่สงสัยควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นผลดีแก่จำเลย จึงพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ ให้ปรับจำเลย ๑๐๐ บาทซึ่งต้องขังมาพอแก่โทษแล้ว ของกลางทั้งหมดให้ริบ ข้อหาอื่นให้ยก แต่ในชั้นนี้ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ เว้นแต่จำเลยจะมีประกันเป็นที่พอใจของศาล
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๔, ๗ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๐๑ มาตรา ๓, ๕, ๘ และกฎกระทรวงมหาดไทย(ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๕๐๑ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๑ ปี นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงและพิพากษาว่า กระสุนขนาด ๙ ม.ม. ๔ นัด ไม่ใช่กระสุนปืนสำหรับใช้เฉพาะในราชการสงคราม แต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่ากระสุนขนาดขนาด ๙ ม.ม. ๔ นัดนี้ เป็นกระสุนปืนสำหรับใช้ในราชการสงคราม ทั้งฟังว่าของกลางอื่น ๆ นอกจากที่กล่าวนี้เป็นของสำหรับใช้เฉพาะในราชการสงคราม ซึ่งจำเลยมีไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายด้วย และพิพากษาแก้โทษปรับเป็นโทษจำคุกเลย ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้มีอาวุธปืน กระสุนปืน และลูกระเบิดมือของกลางไว้ในครอบครองของจำเลยในวาระเดียวกัน ไม่ใช่ต่างกรรมต่างวาระ เมื่อศาลอุทธรณ์วางบทกำหนดโทษจำคุกจำเลย แม้จะเป็นการแก้ไขมากก็ดี แต่โทษจำคุกยังไม่เกิน ๑ ปีเช่นนี้ จำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ฎีกาจำเลยจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ พิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 412/2508
อัยการจังหวัดนครพนม โจทก์
นายห่าง คนตรง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดนครพนม · จำเลย - นายห่าง คนตรง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยุ้ย อาตมียะนันทน์ · สนิท สุมาวงศ์ · เพรียง โรจนรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครพนม - นายเสวก จันทร์ผ่อง · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ลัดพลี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา