⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 132/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พยานยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยมีโอกาสเห็นจำเลยอย่างใกล้ชิดและนานพอที่จะจำจำเลยได้ไม่ผิดตัว ถือเป็นพยานหลักฐานที่หนักแน่นเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องอาศัยคำรับสารภาพ

ย่อคำพิพากษา

เหตุเกิดในเวลากลางวันและมีผู้รู้เห็นเหตุการณ์หลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยานโจทก์ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับ เหตุการณ์ต่างเบิกความยืนยันว่าเห็นและจำได้แม่นยำว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย หลังจากเกิดเหตุแล้วประมาณ 5 วัน เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนได้เค้ามูลว่าจำเลยเป็นคนร้ายและนำภาพถ่ายของจำเลยไปให้พยานดู พยานดังกล่าวต่างยืนยันว่า จำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้ตาย พยานโจทก์มีโอกาสเห็นจำเลยอย่างใกล้ชิดและนานพอที่จะจำจำเลยได้ไม่ผิดตัว พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบแน่นหนามั่งคงมีน้ำหนักพอที่จะรับฟังลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องอาศัยคำรับสารภาพของจำเลย คำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา กรณีไม่มีเหตุบรรเทาโทษที่ศาลจะลดโทษให้จำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๒๘๘, ๒๘๙ ริบหมวกนิรภัยและหัวกระสุนปืนของกลาง และขอให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๕๓๒/๒๕๔๐, ๑๙๓๙/๒๕๔๐, ๒๔๘๕/๒๕๔๐ และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๙๓๒/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยขอถอนคำให้การเดิมเป็นให้การรับสารภาพ และ รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๔) (ที่ถูกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๔) ประกอบมาตรา ๘๓ ) ลงโทษประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพเมื่อสืบประจักษ์พยานและพยานปากสำคัญของโจทก์เสร็จแล้ว เป็นการจำนนต่อหลักฐานของโจทก์ ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ จึงไม่สมควรลดโทษให้ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำที่ ๑๕๓๒/๒๕๔๐, ๑๙๓๙/๒๕๔๐, ๒๔๘๕/๒๕๔๐ และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๙๓๒/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้นนั้น เมื่อ ศาลพิพากษาประหารชีวิตจำเลยแล้ว จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว? คงมีปัญหาในชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยว่า คำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษที่สมควรลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หรือไม่ เห็นว่า เหตุคดีนี้เกิดขึ้นในเวลากลางวันและมีผู้รู้เห็นเหตุการณ์หลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายชัยวัฒน์กับนางจิราพันธ์พยานโจทก์ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ต่างเบิกความยืนยันว่าเห็นและจำได้แม่นยำว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย หลังเกิดเหตุแล้วประมาณ ๕ วัน เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนได้เค้ามูลว่าจำเลยเป็นคนร้ายและนำภาพถ่ายของจำเลยไปให้พยาน ทั้งสองดู นายชัยวัฒน์กับนางจิราพันธ์ต่างยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้ตาย พยานโจทก์ดังกล่าวมีโอกาสเห็นจำเลย อย่างใกล้ชิดและนานพอที่จะจำจำเลยได้ไม่ผิดตัว พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบแน่นหนามั่นคงมีน้ำหนักพอที่จะรับฟัง ลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องอาศัยคำรับสารภาพของจำเลย คำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา กรณีไม่มีเหตุบรรเทาโทษที่ศาลจะลดโทษให้จำเลยตามที่จำเลยฎีกา คำพิพากษาฎีกาที่จำเลยอ้างรูปเรื่องไม่ตรงกับคดีนี้ ไม่อาจนำเปรียบเทียบกับคดีนี้ได้ ศาลล่างทั้งสองไม่ลดโทษให้จำเลยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (กำพล ภู่สุดแสวง - วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ - สุรชาติ บุญศิริพันธ์) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2545 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายจำรัส หนูฉ้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายจำรัส หนูฉ้ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายสุรพร ชลสาคร · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางสาวสมสุข ธีระกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 185/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1149/2536ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1790/2521ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 5806/2534ฎีกา 362/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา