คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1472/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาหนึ่ง แต่ไม่ได้อุทธรณ์ในข้อหาอื่นที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ถือว่าโจทก์พอใจคำพิพากษาในข้อหาที่ไม่ได้อุทธรณ์นั้นแล้ว ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยในข้อหาที่โจทก์มิได้อุทธรณ์ไม่ได้ เว้นแต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนลงโทษจำคุกและปรับ รอการลงโทษและคุมความประพฤติของจำเลยทั้งสอง ยกฟ้องโจทก์ข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย การที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองแต่เฉพาะข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย มิได้อุทธรณ์ในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนด้วย ต้องถือว่าโจทก์พอใจคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนแล้ว ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นไม่รอการลงโทษและไม่ปรับจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการไม่ชอบ เพราะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยทั้งสอง อันเป็นการต้องห้ามตาม ป.วิ.อ มาตรา 212 แม้จำเลยทั้งสองจะมิได้ยกความข้อนี้ขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกความขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗ (๑), ๘, ๑๕, ๕๗, ๖๖, ๙๑, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๓, ๙๑ และริบของกลางทั้งหมด
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗, ๙๑ จำคุกคนละ ๑ ปี และปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ ๑ และทางนำสืบของจำเลยที่ ๒ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ สำหรับจำเลยที่ ๑ หนึ่งในสี่ และสำหรับจำเลยที่ ๒ กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๙ เดือน และปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ จำคุก ๖ เดือน และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี คุมความประพฤติของจำเลยทั้งสองโดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยทั้งสองไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๓ เดือนต่อครั้ง มีกำหนด ๑ ปี ให้จำเลยทั้งสองกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยทั้งสองเห็นสมควรคนละ ๒๐ ชั่วโมง ห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ยกฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ริบของกลางทั้งหมด ยกเว้นกระป๋องนมผงจำนวน ๑ ใบ และธนบัตรจำนวน ๔,๙๐๐ บาท
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ด้วย เมื่อเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ ๕ ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายจำคุกคนละ ๕ ปี รวมจำคุกคนละ ๑๐ ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่ การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๖ ปี ๘ เดือน ไม่รอการลงโทษและไม่ลงโทษปรับจำเลยทั้งสองในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน รวมโทษทุกกระทง จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๗ ปี ๕ เดือน จำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๗ ปี ๒ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗, ๙๑ ลดโทษให้แก่จำเลยที่ ๑ หนึ่งในสี่และลดโทษให้แก่จำเลยที่ ๒ กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๙ เดือน และปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๖ เดือน และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี และคุมความประพฤติของจำเลยทั้งสองไว้ ยกฟ้องโจทก์ข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลย ทั้งสองเฉพาะข้อหาที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องดังกล่าว โดยโจทก์มิได้อุทธรณ์ในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายแต่อย่างใด จึงต้องถือว่าโจทก์พอใจคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหา เสพเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายแล้ว ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้โทษจำเลยทั้งสองในข้อหาดังกล่าวเป็นไม่รอการลงโทษและไม่ลงโทษปรับจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการไม่ชอบเพราะเป็นการเพิ่มเติมโทษ จำเลยทั้งสอง อันเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒ แม้จำเลยทั้งสองจะมิได้ ยกขึ้นฎีกา แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕
พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย เมทแอมเฟตามีนให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๖ ปี ๘ เดือน ความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนให้บังคับคดีลงโทษจำเลยทั้งสองไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1472/2545
พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงคราม โจทก์
นายสุรชัย เนมีย์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงคราม · จำเลย - นายสุรชัย เนมีย์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุพัฒน์ บุญยุบล · สายันต์ สุรสมภพ · พิชิต คำแฝง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายวิรัตน์ กาญจนเลขา · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายเกียรติศักดิ์ เกียรติดำรง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา