⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 267/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรอลงโทษจำคุกนั้น ศาลจะคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจตกต่ำในขณะพิจารณาประกอบดุลพินิจได้ แม้จะไม่ใช่สภาพเศรษฐกิจขณะกระทำความผิดก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาเศรษฐกิจของชาติเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าเรื่องส่วนตัวเพราะส่งผลกระทบไปยังปัญหาทางด้านการเมืองและสังคม รัฐบาลต้องอาศัยปัญหาเศรษฐกิจมากำหนดนโยบายทางการเมือง ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีผู้คนในสังคมตกงานหมดกำลังซื้ออาจก่อปัญหาด้านอาชญากรรมต่างๆได้มาก ปัญหาเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชนและรัฐบาล การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 หยิบยกปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำในภาวะปัจจุบันมิใช่ขณะออกเช็คพิพาทมาวินิจฉัยเพื่อประกอบดุลพินิจในการรอลงโทษให้แก่จำเลย ย่อมมีอำนาจกระทำได้เพราะมิใช่กรณีตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ป.อ. มาตรา ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา ๙๑ รวม ๘ กระทง จำคุกกระทงละ ๓ เดือน รวมจำคุก ๒ ปี ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง เห็นควรลดโทษ ให้หนึ่งในสี่ตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษาแก้เป็นให้จำคุกกระทงละ ๑ เดือน และปรับกระทงละ ๕,๐๐๐ บาท รวม ๘ กระทง จำคุก ๘ เดือน และปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ เดือน และปรับ ๓๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอมีกำหนดโทษ ๒ ปี ตาม ป.อ. มาตรา ๕๖ ไม่ชำระให้กักขังแทนตาม ป.อ. มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า สมควรลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษหรือไม่ และการที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ หยิบยกปัญหาเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำมาเป็นข้อประกอบการใช้ดุลพินิจในการลงโทษโดยมิได้ยกขึ้นมาว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นชอบหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจของชาติเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งกว่าเรื่องส่วนตัวเพราะส่งผลกระทบไปยังปัญหาทางด้านการเมืองและสังคม รัฐบาลต้องอาศัยปัญหาเศรษฐกิจ มากำหนดนโยบายทางการเมือง ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี เกิดการว่างงาน ไม่มีกำลังซื้อ อาจนำไปสู่ปัญหาด้านอาชญากรรมต่าง ๆ ได้มาก ปัญหาด้านเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนและรัฐบาล การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ หยิบยกปัญหาเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำในภาวะปัจจุบันมิใช่ขณะออกเช็คพิพาทมาวินิจฉัยจึงมีอำนาจกระทำได้ เพราะมิใช่กรณีตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๕ ? การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำเลยนั้นเหมาะสมกับความผิดแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2545 บริษัท กรุงเทพผลิตอุตสาหกรรมการเกษตร จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสาวพวงเพ็ชร อาชา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท กรุงเทพผลิตอุตสาหกรรมการเกษตร จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นางสาวพวงเพ็ชร อาชา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพันธ์ ทรัพย์แสง · พันธาวุธ ปาณิกบุตร · ดลจรัส รัตนโศภิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายสุรินทร์ สุทธิธรรมดำรง · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายนิยุต สุภัทรพาหิรผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 4884/2543ฎีกา 6229/2539ฎีกา 7570/2541ฎีกา 1891/2500ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 199/2537ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5598/2540ฎีกา 2135/2518ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 664/2520ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3814/2549ฎีกา 1765/2492ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 5712/2541ฎีกา 4519/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา