⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 330/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่จำเลยนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ผู้มีสิทธิจะต้องเรียกเอาภายในห้าปีนับแต่วันที่จำเลยนำเงินมาวางศาล

ย่อคำพิพากษา

เงินที่จำเลยนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ตามที่ศาลออกคำบังคับ ถือได้ว่าเป็นเงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาล โจทก์ผู้มีสิทธิจะต้องเรียกเอาภายในห้าปีนับแต่วันที่จำเลยนำเงินมาวางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 323 มิใช่นับจากวันที่โจทก์ผู้มีสิทธิได้ทราบถึงการวางเงิน กรณีมิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิบังคับเอาแก่จำเลยได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.323

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 73,568.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 600 บาท และต่อมาเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2532 จำเลยทั้งสองนำเงินจำนวน 93,452.50 บาท มาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ วันที่ 9 มีนาคม 2542 โจทก์ยื่นคำขอรับเงินดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าตรวจเบิกจ่าย ต่อมาวันที่ 29 มีนาคม 2542 เจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นรายงานว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินค้างจ่ายเกิน 5 ปี ต้องตกเป็นของแผ่นดินของดจ่าย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิเรียกเอาเงินจำนวน 93,452.50 บาท ที่จำเลยทั้งสองนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ได้หรือไม่ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 323 บัญญัติว่า บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งเงินที่ค้างจ่ายตามบทบัญญัติดังกล่าวหมายถึงเงินทั้งหมดที่มีผู้นำมาวางไว้ในคดีและค้างจ่ายอยู่ในศาล ดังนั้น เงินที่จำเลยทั้งสองนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ตามที่ศาลออกคำบังคับจำนวน 93,452.50 บาท นั้น ถือได้ว่าเป็นเงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาล และโจทก์ผู้มีสิทธิจะต้องเรียกเอาภายในห้าปี นับแต่วันที่จำเลยทั้งสองนำเงินมาวางศาล มิใช่นับจากวันที่โจทก์ผู้มีสิทธิได้ทราบถึงการวางเงินดังกล่าว คดีนี้ศาลออกคำบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2532 จำเลยทั้งสองนำเงินมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2532 ต่อมาวันที่ 9 มีนาคม 2542 โจทก์จึงยื่นคำขอรับเงินจำนวนดังกล่าวต่อศาล เมื่อโจทก์ผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาเงินดังกล่าวภายในห้าปี ทำให้เงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ศาลจึงไม่อาจจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้ ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิบังคับเอาแก่จำเลยทั้งสองได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษานั้น กรณีนี้มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์บังคับชำระหนี้เอาแก่จำเลยทั้งสองตามคำพิพากษา หากแต่เป็นเงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาล จึงต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 323 ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นงดจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์จึงชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2545 ธนาคารศรีนคร จำกัด โจทก์ นายบุญธรรม ไตรสรณอภิรักษ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารศรีนคร จำกัด · จำเลย - นายบุญธรรม ไตรสรณอภิรักษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · ไพศาล เจริญวุฒิ · สมชาย จุลนิติ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายณัฐดนัย ศกุนตนาค · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายประดิษฐ์ ทรงฤกษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1485/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา