คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3508/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้รับมรดกเพียงเข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณาแทนผู้ตายในฐานะทายาทโดยชอบด้วยกฎหมาย ศาลจะพิพากษาให้ผู้รับมรดกชำระหนี้ของผู้ตายแทนไม่ได้ เว้นแต่จะมีการฟ้องร้องในฐานะผู้รับมรดกโดยตรง
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์ไม่ได้ฟ้องนางสาว ร. ในฐานะทายาทของจำเลยที่ 2 นางสาว ร. เพียงแต่เข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยที่ 2 ซึ่งถึงแก่กรรมในระหว่างพิจารณาเท่านั้น ศาลจะพิพากษาให้นางสาว ร. ในฐานะทายาทของจำเลยที่ 2 ชำระหนี้เงินกู้ของจำเลยที่ 2 แทนจำเลยที่ 2 ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑๑,๘๒๓,๔๖๕.๔๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๘.๕ ต่อปี จากเงินต้นจำนวน ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระขอให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๙๖ ตำบลบางเทา อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระแทน หากไม่พอชำระให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ ๑ ออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน
จำเลยทั้งสามให้การทำนองเดียวกันว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่เคยแจ้งการปรับดอกเบี้ยให้จำเลยทั้งสามทราบ จำเลยที่ ๓ ไม่ได้รับหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้และหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองเนื่องจากผู้ที่ลงชื่อในใบตอบรับไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านของจำเลยที่ ๓ และไม่ทราบว่าเป็นใคร การบอกกล่าวของโจทก์และผู้รับมอบอำนาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๒ ถึงแก่กรรม นางสาวรัตนา หมาดเด็น ทายาทของจำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑๑,๘๒๓,๔๖๕.๔๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๘.๕ ต่อปี จากเงินต้นจำนวน ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๓๖) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๙๖ ตำบลบางเทา อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยที่ ๑ ออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๘๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ จำเลยที่ ๒ ในฐานะทายาทไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกได้แก่จำเลยที่ ๒
จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา
ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ ๒ ในฐานะทายาทไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกได้แก่จำเลยที่ ๒ นั้น เห็นว่า โจทก์ไม่ได้ฟ้องนางสาวรัตนา หมาดเด็น ในฐานะทายาทของนางฝ่า หมาดเด็น จำเลยที่ ๒ นางสาวรัตนา เพียงแต่เข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยที่ ๒ ซึ่งถึงแก่กรรมในระหว่างพิจารณาเท่านั้น ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ จะพิพากษาให้นางสาวรัตนาในฐานะทายาทของจำเลยที่ ๒ ชำระหนี้เงินกู้ของจำเลยที่ ๒ แทนจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ในส่วนนี้ไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑๑,๘๒๓,๔๖๕.๔๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๘.๕ ต่อปี จากเงินต้นจำนวน ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๓๖) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๙๖ ตำบลบางเทา อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยที่ ๑ ออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๘๐,๐๐๐ บาท ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ.
นายปัญญา ด่านพัฒนมงคล ผู้ช่วยฯ
นางสาวอังคณา สินเกษม ย่อ
นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ
นายชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3508/2545
ธนาคารทหารไทย จำกัด
นายอาจ หมาดเด็น ที่ 1 กับพวก
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | จำกัด - ธนาคารทหารไทย · กับพวก - นายอาจ หมาดเด็น ที่ 1 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวลิต ยอดเณร · สุเมธ ตังคจิวางกูร · ประเสริฐ เขียนนิลศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายอานัด อุเบกขานุกูล · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายเฉลียว พลวิเศษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา