⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3580/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3580/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายร่างกายหรือจิตใจผู้อื่น แต่มีเจตนาอื่นแอบแฝง ไม่เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเข้ามาจับข้อมือของโจทก์ยกขึ้นพร้อมกับพูดว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเก็บค่าเช่าเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจเข้ามา จำเลยก็ปล่อยมือของโจทก์ โดยใช้เวลาจับมือของโจทก์ไว้ไม่ถึงหนึ่งนาที เจตนาอันแท้จริงของจำเลยในการจับข้อมือของโจทก์ยกขึ้นก็เพื่อให้เจ้าพนักงานตำรวจเห็นว่าโจทก์ได้รับเงินค่าเช่าบ้านไว้โดยไม่มีสิทธิจะรับเท่านั้น หาได้มีเจตนาที่จะทำร้ายโจทก์ให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจแต่อย่างใด จึงไม่มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.391

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309, 310,339, 295, 90, 91, 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลเฉพาะความผิดต่อเสรีภาพและความผิดต่อร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 และมาตรา 295ให้ประทับฟ้องในข้อหาดังกล่าว ส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ปรับ 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ส่วนข้อหาอื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง (ที่ถูก พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น) โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ขณะที่โจทก์รับเงินค่าเช่าบ้านจำนวน 4,000 บาท จากนางขันธ์ จำเลยเข้าไปจับข้อมือของโจทก์แล้วกระชากขึ้นพร้อมกับพูดว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเก็บค่าเช่าเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจเข้าไปแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน จำเลยจึงปล่อยมือของโจทก์และโจทก์มอบเงินค่าเช่าให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจไป ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจหรือไม่ โจทก์เบิกความว่า จำเลยเข้ามาจับข้อมือของโจทก์ยกขึ้นพร้อมกับพูดว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเก็บค่าเช่า เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจเข้ามาจำเลยก็ปล่อยมือของโจทก์ โดยใช้เวลาจับมือของโจทก์ไว้ไม่ถึงหนึ่งนาที เห็นว่า เจตนาอันแท้จริงของจำเลยในการจับข้อมือของโจทก์ยกขึ้นก็เพื่อให้เจ้าพนักงานตำรวจเห็นว่าโจทก์ได้รับเงินค่าเช่าบ้านไว้โดยไม่มีสิทธิจะรับเท่านั้น หาได้มีเจตนาที่จะทำร้ายโจทก์ให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจแต่อย่างใดจึงไม่เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3580/2545 นาย หย่งไหวท่งหรือนายหยุ่งไหวท่ง แซ่หย่ง โจทก์ นาย ไชยอนันต์ จงประเสริฐ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย หย่งไหวท่งหรือนายหยุ่งไหวท่ง แซ่หย่ง · จำเลย - นาย ไชยอนันต์ จงประเสริฐ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล ทับเที่ยง · สุรพล เจียมจูไร · วิศณุ เลื่อมสำราญ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3172/2526ฎีกา 887/2518ฎีกา 688/2507ฎีกา 708/2536ฎีกา 95/2532ฎีกา 9650/2553ฎีกา 8192/2553ฎีกา 2888/2547ฎีกา 2770/2544ฎีกา 1392/2503ฎีกา 3442/2527ฎีกา 975/2505ฎีกา 1867/2527ฎีกา 2199/2519ฎีกา 1246/2526ฎีกา 4441/2530ฎีกา 5009/2530ฎีกา 208/2554ฎีกา 20388/2555ฎีกา 18/2531ฎีกา 14482/2555ฎีกา 1291/2544ฎีกา 330/2535ฎีกา 7368/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ