⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4082/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4082/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทายาทคนหนึ่งไม่ได้รับส่วนแบ่งทรัพย์มรดกตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำต่อหน้าศาลนั้น เป็นสิทธิของทายาทผู้นั้นที่จะดำเนินการต่อไปเอง บุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนได้เสียในมรดกดังกล่าว ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาในปัญหานี้ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งทรัพย์สินกันต่อหน้าศาล แม้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ฮ. ทายาทผู้หนึ่งไม่ได้รับส่วนแบ่งเลย ในขณะที่ทายาทอื่นได้รับส่วนแบ่งกันทุกคนก็ตาม ก็เป็นเรื่องที่ ฮ. จะไปว่ากล่าวเองโจทก์ไม่มีส่วนได้เสียจากการได้หรือไม่ได้รับมรดกของ ฮ. จึงไม่มีข้ออ้างเป็นเหตุแห่งส่วนได้เสียอันจะอุทธรณ์ฎีกาในปัญหานี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า บิดาของโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตาม ส.ค.1 ก่อนถึงแก่กรรมได้ยกที่ดินดังกล่าวบางส่วนให้โจทก์ โจทก์ได้ครอบครองทำประโยชน์มาตลอดโดยปลูกบ้าน ขุดสระน้ำ ต่อมาโจทก์ได้ยื่นขอรังวัดออกโฉนดที่ดิน จำเลยยื่นคำคัดค้าน และจำเลยได้ทำละเมิดต่อโจทก์โดยจำเลยกับพวกบุกรุกรื้อถอนทำลายบ้านของโจทก์ และลักเอาทรัพย์ของโจทก์ไป รวมค่าเสียหายเป็นเงิน 577,500 บาท ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จและให้โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าว ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องรบกวน จำเลยให้การว่า บิดาไม่ได้ยกที่ดินให้โจทก์ แต่ที่ดิน บ้านพัก สระน้ำเป็นของจำเลยที่ให้โจทก์พักอาศัย เพราะโจทก์เป็นน้องชายของจำเลย จำเลยรื้อถอนบ้านเพราะทรุดโทรมและอาจเกิดอันตรายเกี่ยวกับไฟฟ้า โจทก์ไม่มีสิทธิขอรังวัดออกโฉนดที่ดินดังกล่าว จำเลยจึงได้คัดค้าน จำเลยไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ หากโจทก์เสียหายทั้งหมดก็ไม่เกิน 55,000 บาท ทั้งฟ้องโจทก์เรื่องละเมิดขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า บิดาของโจทก์ได้ยกที่ดินตาม ส.ค.1 ดังกล่าวบางส่วนให้โจทก์ โจทก์ได้ครอบครองทำประโยชน์โดยแผ้วถางและปลูกต้นไม้เต็มเนื้อที่ที่ได้รับมาต่อมาโจทก์ได้ขอรังวัดออกโฉนดที่ดินที่ได้รับมาแต่จำเลยคัดค้านว่าเป็นของจำเลย ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดที่ดินของโจทก์ และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับการขอออกโฉนดที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นของจำเลย ซึ่งจำเลยครอบครองทำประโยชน์มานานประมาณ 20 ปี แล้ว ทั้งโจทก์ไม่ได้ฟ้องคดีภายใน 1 ปี จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ จำเลย นายถวัลย์ อภิชัยกุล นายหลักกุ่ยหรือธีรศักดิ์อภิชัยกุล นายสมชัย อภิชัยกุล นางลัดดา อภิชัยกุล นางอมรรัตน์ เหลาตุลา ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์เป็นกรณีพิเศษเจ็ดในแปดส่วนแต่ให้เหลือไว้ไม่น้อยกว่า 200 บาท (ที่ถูกให้เหลือไว้ไม่น้อยกว่าสำนวนละ 200 บาท) โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาในประการแรกว่าสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 1 ที่ระบุว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 46211 ซึ่งนายถวัลย์ อภิชัยกุล เป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ตกลงแบ่งให้โจทก์และทายาทอื่นบางคนตามจำนวนเนื้อที่ที่ระบุไว้ส่วนที่เหลือให้เป็นของนายถวัลย์ทั้งหมด ขัดกับคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 733/2540 ของศาลชั้นต้น ที่พิพากษาให้นายถวัลย์ส่งคืนโฉนดที่ดังกล่าวและให้โจทก์ใส่ชื่อในโฉนดที่ดินแทนนายถวัลย์ คดีถึงที่สุดแล้ว จึงไม่สามารถนำที่ดินมาแบ่งปันตามสัญญาประนีประนอมยอมความกันได้อีก ขอให้ยกเลิกสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้และให้ที่ดินกลับสู่สภาพเดิมตามคำพิพากษาดังกล่าวนั้น เห็นว่า ปัญหาข้อนี้โจทก์มิได้อุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ภาค 1 โจทก์จะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคหนึ่ง ที่โจทก์ฎีกาประการต่อมาว่า การแบ่งที่ดินตามสัญญาประนีประนอมยอมความระบุแต่เพียงจำนวนเนื้อที่ที่แบ่งให้แก่โจทก์และบุคคลอื่นเป็นการแบ่งอย่างเลื่อนลอย ไม่ชัดเจน ไม่อาจทราบได้ว่าที่ดินที่ได้รับแบ่งตั้งอยู่ส่วนใด มีอาณาเขตอย่างไร ผู้ได้รับส่วนแบ่งไม่สามารถแบ่งแยกที่ดินกันได้ถูกต้อง จึงไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน และศาลชั้นต้นได้พิพากษาคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น โจทก์ได้อุทธรณ์ในปัญหาข้อนี้ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยมีข้ออ้างในชั้นอุทธรณ์เช่นเดียวกับในชั้นฎีกา อันเป็นข้ออุทธรณ์ที่ไม่เข้าเหตุหนึ่งเหตุใดตามข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 วรรคสอง ซึ่งโจทก์จะมีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาได้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับวินิจฉัยในปัญหาข้อนี้ตามที่โจทก์อุทธรณ์จึงเป็นการไม่ชอบ และโจทก์ไม่อาจจะฎีกาในปัญหาข้อนี้ต่อมาได้ตามนัยของมาตรา 249 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยเช่นกัน ส่วนข้อที่โจทก์ฎีกาในประการสุดท้ายว่า นางฮวย แซ่อึ้ง มารดาของโจทก์เป็นเจ้าของมรดกและทายาทอันชอบด้วยกฎหมาย แต่กลับไม่ได้รับส่วนแบ่งในที่ดินแปลงใดตามสัญญาประนีประนอมยอมความเลย ในขณะที่ทายาทอื่นได้รับส่วนแบ่งกันทุกคน จึงเป็นการขัดต่อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น เห็นว่า ข้อตกลงแบ่งที่ดินตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว หากจะทำให้นางฮวยไม่ได้รับส่วนแบ่งที่ดินมรดกเลยหรือไม่ก็ตาม ก็เป็นเรื่องที่นางฮวยจะไปว่ากล่าวเอง โจทก์ไม่มีส่วนได้เสียจากการได้หรือไม่ได้รับมรดกของนางฮวย จึงไม่มีข้ออ้างเป็นเหตุแห่งส่วนได้เสียอันจะอุทธรณ์ฎีกาในปัญหานี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับวินิจฉัยในปัญหานี้จึงเป็นการไม่ชอบ และโจทก์ไม่อาจฎีกาในปัญหานี้ได้ตามนัยของมาตรา 249 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเช่นกัน พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และยกฎีกาโจทก์ คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4082/2545 นาย อภิสิทธิ์ อภิชัยกุล โจทก์ นาย ธีรพล อภิชัยกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย อภิสิทธิ์ อภิชัยกุล · จำเลย - นาย ธีรพล อภิชัยกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา ประสงค์จรรยา · ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ · องอาจ โรจนสุพจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 70/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 100/2540ฎีกา 1959/2529ฎีกา 3803/2538ฎีกา 189/2540ฎีกา 352/2498ฎีกา 801/2515ฎีกา 4185/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา