⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 432/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 432/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่กฎหมายบัญญัติไว้ต่างฉบับกัน แม้จะกระทำในคราวเดียวกัน ก็ถือเป็นความผิดคนละกรรมกัน

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะมีแผ่นวีดีโอซีดี แผ่นซีดี และแผ่นซีดีรอมของกลางไว้เพื่อขายและเสนอขายตามฟ้องข้อ (ก) และประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ตามฟ้องข้อ (ข) ในคราวเดียวกัน แต่การกระทำของจำเลยตามฟ้องข้อ (ก) และข้อ (ข) ก็เป็นการกระทำโดยอาศัยเจตนาที่แยกต่างหากจากกันและเป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับกัน จึงเป็นความผิดสองกรรม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.92 พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 ม.6 พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 ม.34 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.31 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.70 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.73 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.31 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.70

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ (ก) จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียงโสตทัศนวัสดุ วรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ของผู้เสียหายทั้งสิบสี่ โดยการนำเอาแผ่นวิดีโอซีดีคาราโอเกะ ซีดีเพลง ซีดีรอมเพลงคาราโอเกะเอ็มพี ๓ ซีดีรอมเพลงเอ็มพี ๓ และแผ่นซีดีรอมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่บันทึกงานของผู้เสียหายทั้งสิบสี่ ตามเอกสารท้ายฟ้อง ซึ่งมีผู้ทำซ้ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสิบสี่ รวมจำนวน ๔๐๙ แผ่น ออกขาย เสนอขาย มีไว้เพื่อขาย แก่บุคคลทั่วไป อันเป็นการกระทำเพื่อแสวงหากำไรในทางการค้า โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าแผ่นวิดีโอซีดีคาราโอเกะ ซีดีเพลง ซีดีรอมเพลงคาราโอเกะเอ็มพี ๓ ซีดีรอมเพลงเอ็มพี ๓ และแผ่นซีดีรอมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าว เป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสิบสี่ และโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายทั้งสิบสี่ (ข) จำเลยประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายแผ่นวิดีโอซีดีคาราโอเกะ ซีดีรอมเพลงคาราโอเกะเอ็มพี ๓ ซีดีรอมเพลงเอ็มพี ๓ และแผ่นซีดีรอมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อันเป็นเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจอยู่ที่ร้านยูเรก้า แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร และได้ประโยชน์ตอบแทนจากราคาจำหน่ายวิดีโอเทปดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต ? ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๔, ๖, ๘, ๑๕, ๒๗, ๒๘, ๓๐, ๓๑, ๖๑, ๖๙, ๗๐, ๗๓, ๗๕, ๗๖ พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๔, ๖, ๓๔ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓, ๑๔, ๓๐, ๓๑, ๕๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘, ๙๑ โดยขอให้วางโทษเป็นสองเท่าและ บวกโทษจำคุก ๖ เดือน ของจำเลยในคดีอาญาคดีก่อน ให้แผ่นวิดีโอซีดีคาราโอเกะ ? ของกลาง ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่เจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (ที่ถูก ๓๑ (๑)) , ๗๐ วรรคสอง พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง, ๓๔ ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ? จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลยตามฟ้อง ข้อ (ก) และข้อ (ข) แม้จำเลยจะมีแผ่นวิดีโอซีดี แผ่นซีดีและแผ่นซีดีรอมของกลางไว้เพื่อขายและเสนอขายตามฟ้องข้อ (ก) และประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ตามฟ้องข้อ (ข) ในคราวเดียวกันดังที่จำเลยอุทธรณ์ แต่การกระทำของจำเลยตามฟ้อง ข้อ (ก) และข้อ (ข) ก็เป็นการกระทำโดยอาศัยเจตนาที่แยกต่างหากจากกันและเป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรมดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัย และความผิดตามฟ้องข้อ (ก) ศาลจำต้องปรับบทพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๐ วรรคสอง มาด้วยเพราะเป็นบทระวางโทษของมาตรา ๓๑ (๑) ? พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดตามฟ้องข้อ (ก) จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑), ๗๐ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๗๓ ให้จำคุก ๑ ปี และปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนความผิดตามฟ้องข้อ (ข) จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง, ๓๔ ให้ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท รวมจำคุก ๑ ปี และปรับ ๒๑๐,๐๐๐ บาท เมื่อลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุก ๖ เดือน และปรับ ๑๐๕,๐๐๐ บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้ตามกำหนดระยะเวลาเดิม และให้ยก คำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางในส่วนที่ให้ริบสิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 432/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายณัฐธี มีประเทศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายณัฐธี มีประเทศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · พินิจ เพชรรุ่ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นางกรกันยา สุวรรณพานิช · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 8833/2554ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 1857/2492ฎีกา 1271/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา