⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 539/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 539/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ศาลฎีกามีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี แม้จะมิได้ยื่นตามกระบวนพิจารณาปกติ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม 2. คำสั่งศาลถึงที่สุดให้เพิกถอนการขายทอดตลาด มีผลเท่ากับไม่มีการขายทอดตลาดมาแต่แรก ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดจึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่

ย่อคำพิพากษา

สำเนาคำสั่งศาลชั้นต้นและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดซึ่งจำเลยแนบท้ายคำแก้ฎีกา แม้จำเลยจะมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานและมิได้ส่งสำเนาเอกสารแก่โจทก์ แต่เอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกามีอำนาจรับฟังเอกสารท้ายคำแก้ฎีกานั้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2) และเอกสารดังกล่าวแม้เป็นเพียงสำเนาเอกสาร แต่เมื่อมีรองจ่าศาลรับรองความถูกต้องแห่งเอกสารนั้นจึงฟังได้ว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 127 โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลแม้จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย แต่เมื่อศาลได้มีคำสั่งถึงที่สุดให้เพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวแล้ว ผลของคำสั่งเท่ากับว่าไม่มีการขายทอดตลาดมาแต่แรก โจทก์ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดจึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.127 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1330

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและ บ้านพิพาทของโจทก์ ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายในอัตราเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาท จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายให้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๔๙๔๗ และบ้านเลขที่ ๑๙/๒๓๙ จึงไม่มี อำนาจฟ้องและไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๑ ค่าเสียหายสูงเกินความจริงเนื่องจากหากนำที่ดินและบ้านพิพาทไปหาผลประโยชน์จะได้ไม่เกินเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๔๙๔๗ และบ้านเลขที่ ๑๙/๒๓๙ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท นับจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๑) จนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินและบ้านพิพาทดังกล่าว จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองหรือไม่ ความปรากฏจากคำแก้ฎีกาและเอกสารท้ายคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่า ศาลจังหวัดทุ่งสงได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๒ ให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินและบ้านพิพาท ตามสำเนาคำสั่งศาลจังหวัดทุ่งสงเอกสารท้ายคำแก้ฎีกา หมายเลข ๑ และคำสั่งดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ตามหนังสือรับรองเอกสารท้ายคำแก้ฎีกาหมายเลข ๒ แม้เอกสารท้าย คำแก้ฎีกาทั้งสองฉบับ จำเลยที่ ๑ จะมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานและมิได้ส่งสำเนาเอกสารแก่โจทก์ แต่เอกสารทั้งสองฉบับนั้น เป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกามีอำนาจรับฟังเอกสารท้ายคำแก้ฎีกาทั้งสองฉบับนั้นได้ ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๗ (๒) และแม้เอกสารของจำเลยที่ ๑ จะเป็นเพียงสำเนาเอกสาร แต่เมื่อมีรองจ่าศาล จังหวัดทุ่งสงรับรองความถูกต้องแห่งเอกสารนั้น จึงฟังได้ว่า เป็นของแท้จริงและถูกต้อง ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๒๗ เห็นว่า แม้การซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลจะได้รับความ คุ้มครองตามกฎหมาย แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวแล้ว ผลของคำสั่งเท่ากับว่าไม่มีการขายทอดตลาดมาแต่แรก โจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านพิพาท โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง ปัญหาดังกล่าวแม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลล่าง แต่เรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยที่ ๑ จึงยกขึ้นว่ากล่าว ในชั้นฎีกาได้ ส่วนปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา ยกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน. (วิบูลย์ มีอาสา - ศุภชัย ภู่งาม - วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 539/2545 นายปัด ยะกัน โจทก์ นายสมใจ เจริญวิริยะภาพ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปัด ยะกัน · จำเลย - นายสมใจ เจริญวิริยะภาพ กับพวก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายนิพนธ์ สืบเหล่า · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล เอกโยคยะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 2573/2552ฎีกา 2307/2518ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 6968/2537ฎีกา 1968/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 7466/2538ฎีกา 1889/2511ฎีกา 922/2522ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา