⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6345-6346/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6345-6346/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลในคดีอาญาได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นสำคัญแห่งคดีแล้ว คำวินิจฉัยนั้นย่อมผูกพันคู่ความในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกันตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนพนักงานอัยการได้ฟ้องขอให้ลงโทษ ช. สามีจำเลย ข้อหาบุกรุกที่ดินของโจทก์ ศาลพิพากษายกฟ้องโดยฟังข้อเท็จจริงว่า ช. และจำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2528 หรือก่อนปี 2528 อันเป็นการบุกรุกแย่งการครอบครอง เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน 1 ปี นับแต่เวลาที่ ช. บุกรุก เข้าแย่งการครอบครอง โจทก์ย่อมหมดสิทธิฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองและสิทธิครอบครองของโจทก์ก่อนสิ้นสุดลง ที่โจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้ในฐานะทายาทของ ช. ให้ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับ ช. และให้ขับไล่จำเลย จึงเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาดังกล่าว ในการวินิจฉัยคดีนี้ ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญาดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ข้อเท็จจริงจึง ฟังได้ว่าสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทของโจทก์ได้สิ้นสุดลงแล้ว คำพิพากษาคดีส่วนอาญาดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์และ ช. ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 โจทก์จะฟ้องขอให้บังคับจำเลยทายาทของ ช. ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวมีมาก่อนที่ศาลในคดีส่วนอาญาได้พิพากษาไปแล้ว และให้ขับไล่จำเลยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันอีกไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยยินยอมให้โจทก์ทำการรังวัดแย่งแยกที่ดิน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลยที่ 53 ใส่ชื่อนายเชื่อม ซื่อตรง พร้อมรับเงินจำนวน 15,000 บาท หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้ชำระค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องสำนวนแรก (2 ตุลาคม 2539) จนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้โจทก์รังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทเสร็จ และให้จำเลยพร้อมบริวารรื้อถอนบ้านตึกชั้นเดียว เลขที่ 10/2 หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำจืด อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ออกจากที่ดินของโจทก์ และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องสำนวนหลัง (16 ตุลาคม 2539) จนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนบ้านและขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินของโจทก์เสร็จสิ้น และห้ามจำเลยกับบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไป จำเลยทั้งสองสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเชื่อม ซื่อตรง นายเชื่อมและจำเลยเป็นเจ้าของและได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 53 โดยปลูกบ้านและพืชผลตั้งแต่ปี 2521 โจทก์ไม่ใช่เจ้าของและไม่เคยครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าว โจทก์เคยฟ้องนายเชื่อมเป็นคดีอาญาข้อหาบุกรุก ต่อมาศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง สัญญาประนีประนอมยอมความไม่มีผลบังคับ เพราะก่อนทำสัญญานั้นจำเลยและนายเชื่อมได้ครอบครองทำประโยชน์อันเป็นการแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทเกินกว่า 1 ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความสำนวนละ 3,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์มีชื่อเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 53 เมื่อปี 2533 นายนพดล มีกุล ได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญาแก่นายเชื่อม ซื่อตรง สามีจำเลยในข้อหาบุกรุกที่ดินพิพาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 53 ดังกล่าว ต่อมาโจทก์และนายเชื่อมทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยตกลงกันว่า โจทก์ยินยอมแบ่งที่ดินพิพาทให้แก่นายเชื่อมจำนวน 5 ไร่ และชำระเงินจำนวน 15,000 บาท ให้แก่นายเชื่อมเป็นค่าพันธุ์ไม้ที่นายเชื่อมปลูกไว้ในที่ดินพิพาท และนายเชื่อมไม่ขอเรียกร้องสิทธิในที่ดินพิพาทและพืชผล ภายหลังโจทก์ขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้แก่นายเชื่อม แต่นายเชื่อมไม่ยินยอมและแจ้งขอยกเลิกข้อตกลงที่ทำกันไว้ โจทก์จึงร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่นายเชื่อมในข้อหาบุกรุกที่ดินพิพาท ผลคดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง ตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4133/2536 ของศาลชั้นต้น ต่อมานายเชื่อมถึงแก่ความตาย จำเลยได้ปลูกบ้านหลังใหม่ในที่ดินพิพาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยซึ่งเป็นทายาทของนายเชื่อมปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว และโจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทหรือไม่ เห็นว่า นายเชื่อมและจำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2528 หรือก่อนปี 2528 อันเป็นการบุกรุกแย่งการครอบครอง เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน 1 ปี นับแต่เวลาที่จำเลยบุกรุกเข้าแย่งการครอบครอง โจทก์ย่อมหมดสิทธิฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครอง และสิทธิครอบครองของโจทก์ย่อมสิ้นสุดลง คดีนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาดังกล่าวในการวินิจฉัยคดีนี้ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ดังที่บัญญัติไว้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทของโจทก์ได้สิ้นสุดแล้ว และคำพิพากษาคดีส่วนอาญาดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์และนายเชื่อมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 โจทก์จะมารื้อร้องฟ้องขอให้บังคับจำเลยทายาทของนายเชื่อมปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์มีมาก่อนที่ศาลในคดีส่วนอาญาได้พิพากษาไปแล้ว และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันอีกไม่ได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6345 - 6346/2545 นายวินิตหรือชนิด มีกุล โจทก์ นายหนูเสาหรือหนูเสาร์ ซื่อตรง โดยนางสาวพัชรา ซื่อตรง ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 145 ป.วิ.อ. มาตรา 46

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวินิตหรือชนิด มีกุล · ซื่อตรง - นายหนูเสาหรือหนูเสาร์ · จำเลย - โดยนางสาวพัชรา ซื่อตรง ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน · 145 - ป.วิ.พ. มาตรา · 46 - ป.วิ.อ. มาตรา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย พงษธา · วิชัย ชื่นชมพูนุท · จรัส พวงมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระนอง - นายพีระพันธ์ ปาละคะเชนทร์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3405/2537ฎีกา 1730/2520ฎีกา 1351/2567ฎีกา 181/2495ฎีกา 360/2502ฎีกา 3813/2535ฎีกา 795/2543ฎีกา 1010/2539ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1917/2559ฎีกา 79/2501ฎีกา 481/2526ฎีกา 2018/2548ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1308/2533ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1251/2500ฎีกา 1114/2549ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 1390/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา