⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 668/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาต้องคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ว่าไม่ชอบด้วยเหตุใด.

ย่อคำพิพากษา

เนื้อหาในฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งคัดค้านเฉพาะคำวินิจฉัยพยานหลักฐานและคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดของศาลชั้นต้น มิได้คัดค้านว่าคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายไม่ชอบอย่างไร และจำเลยไม่เห็นพ้องด้วยเพราะเหตุใด จึงเป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลาย ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลแพ่ง คดีหมายเลขแดงที่ 16393/2530 แต่จำเลยชำระหนี้บางส่วน โจทก์ขอออกหมายบังคับคดีและสืบหาทรัพย์สินของจำเลยแล้วปรากฏว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ คิดถึงวันฟ้องจำเลยยังคงเป็นหนี้โจทก์ 947,412.30บาท ซึ่งเป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนได้แน่นอนไม่น้อยกว่า 50,000 บาทและถึงกำหนดชำระแล้ว พฤติการณ์ของจำเลยต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ (1) กล่าวถึงคำฟ้อง คำให้การ คำสั่งของศาลชั้นต้น คำวินิจฉัยและคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ และในข้อ (2) ได้คัดลอกข้อความตามคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยซึ่งอุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดของศาลชั้นต้นทุกถ้อยคำ เพียงแต่เพิ่มคำว่า ศาลอุทธรณ์ต่อท้ายคำว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นทุกแห่งเปลี่ยนแปลงข้อความว่าขออุทธรณ์เป็นฎีกาและกราบเรียนศาลอุทธรณ์เป็นกราบเรียนศาลฎีกาทั้งในประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์ว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ตัดพยานจำเลยไม่ชอบ ซึ่งศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยประเด็นนี้ให้เพราะเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาและจำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้ จึงต้องห้ามอุทธรณ์ จำเลยยังคัดลอกข้อความตามอุทธรณ์ว่าคำสั่งตัดพยานจำเลยของศาลไม่ชอบเช่นเดิม แม้ในย่อหน้าถัดไปจะใช้ถ้อยคำว่า ด้วยเหตุผลข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังกราบเรียนศาลฎีกาแล้วข้างต้น ขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งหรือคำพิพากษายกฟ้องของโจทก์และหรือขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่แล้วพิพากษาตามรูปคดีต่อไป... แต่เนื้อหาในฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งคัดค้านเฉพาะคำวินิจฉัยพยานหลักฐานและคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดของศาลชั้นต้น มิได้คัดค้านว่าคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายไม่ชอบอย่างไร และจำเลยไม่เห็นพ้องด้วยเพราะเหตุใด จึงเป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลาย ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 แม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2545 บริษัท เงินทุนเอราวัณทรัสต์ จำกัด โจทก์ นาย สกุล เหล่าวานิช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เงินทุนเอราวัณทรัสต์ จำกัด · จำเลย - นาย สกุล เหล่าวานิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรพินท์ เศรษฐมานิต · ประมาณ ตียะไพบูลย์ · สมชาย พงษธา
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540ฎีกา 5806-5807/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา