⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10561/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10561/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนคดีความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 ได้โดยไม่ต้องรอการร้องทุกข์จากอธิบดีกรมศุลกากร เนื่องจากความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากรฯ เป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่เจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่สืบสวนสอบสวนตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 3 ให้อำนาจอธิบดีกรมศุลกากรผู้ทำการแทนกรมศุลกากรออกข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินการของกรมศุลกากรเป็นไปโดยเรียบร้อยตามหน้าที่ รวมทั้งอำนาจยึดทรัพย์สินอันพึงริบตามมาตรา 24 แต่บทกฎหมายดังกล่าวก็ไม่ได้บัญญัติว่าการกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้เฉพาะกรมศุลกากรโดยอธิบดีกรมศุลกากรเท่านั้น ที่มีอำนาจดำเนินการแก่ผู้กระทำผิดหรือมีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิด โดยหากไม่มีการร้องทุกข์แล้วเจ้าพนักงานตำรวจจะไม่มีอำนาจดำเนินการสอบสวนในความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนคดีในความผิดต่อพระราชบัญญัติดังกล่าวได้เช่นเดียวกับคดีอาญาแผ่นดินทั่วไป เมื่อความผิดฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อห้าม หรือข้อจำกัดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ดังนั้น เมื่อมีการกระทำผิดเกิดขึ้นและเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ ย่อมเป็นหน้าที่โดยตรงของเจ้าพนักงานตำรวจที่จะสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิด และพนักงานสอบสวนย่อมทำการสอบสวนเอาความผิดแก่ผู้กระทำผิดอาญาทั้งปวง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17 และมาตรา 18 ประกอบด้วยมาตรา 121 ได้ โดยไม่ต้องคำนึงว่าอธิบดีกรมศุลกากรจะได้มอบหมายให้ผู้ใดแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อดำเนินการเอาผิดแก่จำเลยหรือไม่ การสอบสวนของพนักงานสอบสวนกระทำโดยชอบแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.17 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.121 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.3 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒ , ๒๗ ทวิ , ๑๐๐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ , ๘๓ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๔ , ๕ , ๖ , ๗ , ๘ , ๙ ริบของกลางและจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับและจ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับกุมตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ทวิ ให้ปรับ ๒,๖๕๐,๔๓๘.๗๒ บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนไม่เกินสองปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐ ริบรถยนต์ของกลาง กับให้จ่ายสินบนร้อยละ ๓๐ ของราคาของกลางแก่ผู้นำจับและจ่ายเงินรางวัลร้อยละ ๒๕ ของราคาของกลางแก่เจ้าพนักงานจับกุม ในกรณีที่ไม่อาจขายของกลางได้ให้จ่ายจากเงินค่าปรับตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๗ , ๘ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ กำหนดให้กรมศุลกากรโดยอธิบดีกรมศุลกากรเป็นผู้มีอำนาจตรวจยึดรถยนต์ที่ผ่านเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้ชำระค่าภาษีอากรขาเข้า รวมถึงแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่ผู้ที่ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย และรับไว้ซึ่งรถยนต์ดังกล่าวด้วย เจ้าพนักงานตำรวจไม่มีอำนาจ เมื่ออธิบดีกรมศุลกากรมิได้มอบหมายให้ผู้ใดไปแจ้งความร้องทุกข์ - ดำเนินคดีแก่จำเลย การสอบสวนของพนักงานสอบสวนในคดีนี้จึงมิชอบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าแม้พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๓ จะให้อำนาจอธิบดีกรมศุลกากรผู้ทำการแทนกรมศุลกากรออกข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินการของกรมศุลกากรเป็นไปโดยเรียบร้อยตามหน้าที่ รวมทั้งให้อำนาจยึดทรัพย์สินอันพึงริบตามมาตรา ๒๔ ได้ก็ตาม แต่บทกฎหมายดังกล่าวก็ไม่ได้บัญญัติว่าการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เฉพาะกรมศุลกากรโดยอธิบดีกรมศุลกากรเท่านั้นที่มีอำนาจดำเนินการแก่ผู้กระทำผิด หรือมีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิด โดยหากไม่มีการร้องทุกข์แล้ว เจ้าพนักงานตำรวจจะไม่มีอำนาจดำเนินการสอบสวนในความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ นี้ ฉะนั้น พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนคดีในความผิดต่อพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ ได้เช่นเดียวกันกับคดีอาญาแผ่นดินทั่วไป เมื่อความผิดฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อห้าม หรือข้อจำกัด ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ทวิ เป็นความผิดอาญาแผ่นดินซึ่งเมื่อได้เกิดหรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดและก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ ย่อมเป็นหน้าที่โดยตรงของเจ้าพนักงานตำรวจที่มีอำนาจสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพื่อเอาความผิดแก่ผู้กระทำความผิดอาญาทั้งปวง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘ ประกอบด้วยมาตรา ๑๒๑ วรรคหนึ่ง ตามลำดับ โดยไม่คำนึงว่าอธิบดีกรมศุลกากรจะได้มอบหมายให้ผู้ใดไปดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดแก่จำเลยดังที่จำเลยฎีกาแต่อย่างใด การสอบสวนของพนักงานสอบสวนเป็นการกระทำโดยชอบ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10561/2546 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสุภัทร์ รัตน์รวีวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสุภัทร์ รัตน์รวีวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เรวัตร อิศราภรณ์ · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · พลรัตน์ ประทุมทาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายจตุรงค์ ฉินวิวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นางทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3990/2549ฎีกา 6795/2549ฎีกา 2134/2536ฎีกา 3651/2541ฎีกา 1814/2493ฎีกา 1342/2546ฎีกา 5182/2559ฎีกา 2371/2522ฎีกา 99/2541ฎีกา 5603/2542ฎีกา 300/2501ฎีกา 9729/2556ฎีกา 649-650/2486ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1379/2524ฎีกา 3711/2534ฎีกา 404/2565ฎีกา 3593/2529ฎีกา 3343/2536ฎีกา 1362/2537ฎีกา 3423/2548ฎีกา 11423/2554ฎีกา 723/2534ฎีกา 1915/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา