คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2546
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วม เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในระหว่างพิจารณา
ย่อคำพิพากษา
คำร้องของจำเลยที่ขอให้เรียก ส. และ ว. เข้ามาเป็นจำเลยร่วมเป็นเพียงคำร้องที่ยื่นเพื่อขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดี มิใช่เพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความจึงมิใช่คำคู่ความ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องดังกล่าวจึงมิใช่คำสั่งไม่รับคำคู่ความแต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(1)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันรับผิดชำระเงินจำนวน 52,084,923 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 47,928,897 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้จำเลยที่ 5 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ชำระจำนวน 46,592,791 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ15 ต่อปี ของต้นเงิน 42,875,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 6 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ชำระเงินจำนวน 5,492,132 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 5,053,897 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ 5 และที่ 6 ขาดนัดยื่นคำให้การ
ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เรียกนางสมพร ภูติยานันต์ และนางวันเพ็ญ เอี่ยมจ้อย เข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยทั้งหก
ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุที่จะเรียกบุคคลทั้งสองเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยทั้งหก จึงมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ
จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เรียกนางสมพร ภูติยานันต์ และนางวันเพ็ญ เอี่ยมจ้อยเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยทั้งหกนั้น เห็นว่า คำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ที่ขอให้เรียกบุคคลทั้งสองดังกล่าวเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยทั้งหกเป็นเพียงคำร้องที่ยื่นเพื่อขอเรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีมิใช่เพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความแต่อย่างใด จึงไม่ใช่คำคู่ความคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องนี้จึงมิใช่คำสั่งไม่รับคำคู่ความ แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(1) จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ค่าทนายความชั้นนี้ให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2546
สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำกัด โจทก์
นาย บุญส่ง วิญญา กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำกัด · จำเลย - นาย บุญส่ง วิญญา กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประชา ประสงค์จรรยา · องอาจ โรจนสุพจน์ · ภคพงศ์ วงศ์ศรีภูมิเทศ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา