⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1638/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์มีมูลที่จะเชื่อว่าจำเลยอาจถอนเงินจากบัญชีไปจำหน่ายจ่ายโอนได้ และจะทำให้โจทก์ไม่สามารถบังคับคดีได้เมื่อชนะคดี ศาลย่อมมีคำสั่งอายัดเงินฝากเพื่อคุ้มครองสิทธิของโจทก์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ให้สัมปทานทำไม้แก่จำเลยโดยมีเงื่อนไขว่า จำเลยต้องนำเงินเข้าฝากและถอนเป็นกองทุนเพื่อดูแลและป้องกันไฟป่า ซึ่งจำเลยก็ได้ปฏิบัติตามโดยนำเงินเข้าฝากเป็นกองทุนที่ธนาคาร ท. แม้ต่อมาสัมปทานดังกล่าวจะสิ้นสุดลง โจทก์อ้างว่าจำเลยยังมีความผูกพันที่จะต้องส่งมอบเงินกองทุนดังกล่าวแก่โจทก์ และที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ก็เพื่อบังคับให้จำเลยส่งมอบเงินกองทุนนั้นให้แก่โจทก์ทั้งตามคำขอให้กำหนดวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาของโจทก์ก็กล่าวอ้างว่าจำเลยอาจถอนเงินจากบัญชีเงินฝากไปจำหน่ายจ่ายโอนได้ ซึ่งเมื่อโจทก์ชนะคดีจะไม่สามารถบังคับคดีเอาจากเงินฝากและทรัพย์สินอื่นของจำเลยได้ หากเป็นดังที่โจทก์กล่าวอ้าง คำร้องของโจทก์ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดเงินฝากในธนาคาร ท. ย่อมมีมูลที่จะนำวิธีคุ้มครองตามที่โจทก์ขอมาใช้ได้ จึงชอบที่ศาลชั้นต้นจะไต่สวนคำร้องของโจทก์เสียก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.255

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยดำเนินการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าคิดเป็นเงิน 6,901,028.71 บาท หากจำเลยไม่ดำเนินการให้โจทก์เป็นผู้ดำเนินการแทนโดยใช้เงินจากบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาอุบลราชธานีและบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาอุบลราชธานี หากจำเลยไม่ยินยอม ให้ถอนเงินในบัญชีเงินฝากดังกล่าว ขอให้ถือเอาคำสั่งของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยส่งมอบอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการดับไฟป่า และอุปกรณ์เครื่องมือประจำหอดูไฟ หากไม่ดำเนินการส่งมอบให้ชดใช้เงินจำนวน 2,929,077.50บาท และให้จำเลยส่งมอบเงินกองทุนไฟป่าและป้องกันรักษาไฟป่าจำนวน 182,009.09บาท พร้อมดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝากที่จำเลยฝากไว้เป็นกองทุนดังกล่าวที่ธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาอุบลราชธานีแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยินยอมขอให้ถือเอาคำสั่งของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดเงินฝากในบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาอุบลราชธานี ตามฟ้องไว้ในระหว่างการพิจารณาคดีจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เนื่องจากจำเลยได้ฟ้องโจทก์และบุคคลอื่นเป็นจำเลย ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้โจทก์คืนสมุดเงินฝากบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาอุบลราชธานี ตามฟ้องแก่จำเลย เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ประกอบกิจการทำไม้และมีรายได้อื่นอีก หากโจทก์ต้องคืนสมุดเงินฝากดังกล่าวให้แก่จำเลยตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วจำเลยอาจถอนเงินจากบัญชีเงินฝากดังกล่าวไป ซึ่งเมื่อโจทก์ชนะคดีแล้วไม่สามารถบังคับคดีเอาจากเงินฝากในบัญชีเงินฝากดังกล่าวและทรัพย์สินอื่นของจำเลยได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของโจทก์แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า ศาลชั้นต้นจะต้องไต่สวนคำร้องของโจทก์ที่ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดเงินฝากในบัญชีเงินฝากตามคำร้องของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ได้ฟ้องจำเลยว่าโจทก์ให้สัมปทานทำไม้แก่จำเลยโดยมีเงื่อนไขประการหนึ่งด้วยว่า จำเลยต้องนำเงินค่าใช้จ่ายจำนวน 1 เท่า ของอัตราค่าภาคหลวงไม้ที่ทำผ่านมาในปีก่อนเข้าฝากและถอนเป็นกองทุนเพื่อดูแลและป้องกันรักษาป่าและเพื่อป้องกันไฟป่าซึ่งจำเลยก็ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้นแล้วโดยจำเลยนำเงินเข้าฝากเป็นเงินกองทุนที่ธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาอุบลราชธานี 2 บัญชี แม้ต่อมาสัมปทานดังกล่าวจะสิ้นสุดลง โจทก์ก็อ้างว่าจำเลยยังมีความผูกพันที่จะต้องส่งมอบเงินกองทุนดังกล่าวแก่โจทก์ และการที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ก็เพื่อบังคับให้จำเลยส่งมอบเงินกองทุนนั้นให้แก่โจทก์ด้วย ทั้งตามคำขอให้กำหนดวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาของโจทก์ โจทก์ก็กล่าวอ้างมาแล้วว่า ปัจจุบันจำเลยมิได้ประกอบกิจการทำไม้และไม่มีรายได้อื่น จำเลยอาจถอนเงินจากบัญชีเงินฝากทั้งสองบัญชีไปจำหน่ายโอนได้ ซึ่งเมื่อโจทก์ชนะคดีจะไม่สามารถบังคับคดีเอาจากเงินฝากดังกล่าวและทรัพย์สินอื่นของจำเลยได้ ดังนั้น หากข้อเท็จจริงเป็นดังที่โจทก์กล่าวอ้างคำร้องของโจทก์ย่อมมีมูลที่จะนำวิธีคุ้มครองตามที่โจทก์ขอนั้นมาใช้ได้ การที่ศาลชั้นต้นด่วนยกคำร้องของโจทก์ดังกล่าวโดยไม่ไต่สวนให้ได้ความจริงว่าเป็นเช่นไรก่อนจึงเป็นการไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2546 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โจทก์ บริษัทอุบลราชธานีทำไม้ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ · จำเลย - บริษัทอุบลราชธานีทำไม้ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประเสริฐ เขียนนิลศิริ · ชวลิต ยอดเณร · กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2387/2525ฎีกา 3801/2536ฎีกา 6027/2534ฎีกา 952/2539ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 2381/2530ฎีกา 483/2519ฎีกา 1068/2522ฎีกา 2177/2543ฎีกา 8200/2567ฎีกา 247/2525ฎีกา 970/2519ฎีกา 1343/2538ฎีกา 2929/2517ฎีกา 2724/2541ฎีกา 1634/2526ฎีกา 6619/2545ฎีกา 558/2528ฎีกา 3883-3884/2559ฎีกา 176/2494ฎีกา 1001/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ