⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3690/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3690/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องซึ่งมีสิทธิอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อน มีสิทธิขอให้เพิกถอนการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินนั้นได้ แม้ทรัพย์สินนั้นจะได้ขายทอดตลาดไปแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องและคดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องจึงอยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 โจทก์จะบังคับคดียึดที่ดินดังกล่าวอันเป็นการกระทบกระทั่งสิทธิของผู้ร้องซึ่งมีอยู่ก่อนแล้วไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวได้แม้ที่ดินดังกล่าวจะได้ขายทอดตลาดไปแล้ว เพราะเมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิจะบังคับยึดที่ดินอันเป็นการกระทบกระทั่งสิทธิของผู้ร้องดังกล่าว การซื้อขายอันเป็นผลมาจากการยึดที่ต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าวย่อมไม่ชอบด้วยเช่นกันแม้ผู้ร้องจะมิได้คัดค้านว่าการขายทอดตลาดไม่ชอบอย่างไร แต่ในคำร้องของผู้ร้องพอแปลความได้ว่าการยึดที่ดินและการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวไม่ชอบเพราะผู้ร้องมีสิทธิดีกว่าและขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ผู้ร้องจึงย่อมมีสิทธิที่จะขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 18476 ถึง 18479 และ 18496 ถึง 18500 ของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา และโจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 18496 ถึง 18500 ได้จากการขายทอดตลาด สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่18476 ถึง 18479 อยู่ระหว่างประกาศขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดดังกล่าว ศาลจังหวัดมีนบุรีพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนโอนขายให้แก่ผู้ร้อง ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 18496 ถึง 18500 และการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 18476 ถึง 18479 โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์พิพาทของจำเลยทั้งสองโดยสุจริต และโจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 18496 ถึง 18500ได้จากการขายทอดตลาดโดยสุจริตและได้ชำระราคาแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิรับโอนที่ดินดังกล่าว แม้ศาลจังหวัดมีนบุรีได้มีคำพิพากษาให้ถอนชื่อจำเลยที่ 2 ออกจากโฉนดที่ดินพิพาททั้ง 9 แปลง แต่โฉนดที่ดินดังกล่าวยังมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์อยู่ การยึดทรัพย์ของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 18476 ถึง 18479 และเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 18496 ถึง 18500 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องของผู้ร้องในส่วนที่ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 18496 ถึง 18500 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2532 ศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 1260, 18476 ถึง 18484 และ 18492 ถึง 18500 ตำบลกระทุ่มราย อำเภอหนองจอก กรุงเทพมหานคร รวม 19 แปลง ให้แก่ผู้ร้อง แต่ผู้ร้องไม่สามารถบังคับคดีได้เนื่องจากศาลฎีกามีคำพิพากษาให้งดการบังคับคดีไว้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711/2536 ต่อมาวันที่ 28 ตุลาคม 2540 โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระหนี้เงินกู้แล้วตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2540 ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองผิดนัด โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 18476 ถึง 18479 และ 18496 ถึง 18500 ตำบลกระทุ่มรายอำเภอหนองจอก กรุงเทพมหานคร รวม 9 แปลง ออกขายทอดตลาดและโจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 18496 ถึง 18500 ได้ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 18496 ถึง 18500 หรือไม่ เห็นว่าเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2532 ศาลจังหวัดมีนบุรีได้พิพากษาตามยอมให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 18496 ถึง 18500 ให้แก่ผู้ร้อง และคดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องจึงอยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1300 โจทก์จะบังคับคดียึดที่ดินดังกล่าวอันเป็นการกระทบกระทั่งสิทธิของผู้ร้องซึ่งมีอยู่ก่อนแล้วไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวได้แม้ที่ดินดังกล่าวจะได้ขายทอดตลาดไปแล้ว เพราะเมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิจะบังคับคดียึดที่ดินอันเป็นการกระทบกระทั่งสิทธิของผู้ร้องดังกล่าว การซื้อขายอันเป็นผลมาจากการยึดที่ต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าวย่อมไม่ชอบด้วยเช่นกัน แม้ผู้ร้องจะมิได้คัดค้านว่าการขายทอดตลาดไม่ชอบอย่างไร แต่ในคำร้องของผู้ร้องพอแปลความได้ว่าการยึดที่ดินและการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวไม่ชอบเพราะผู้ร้องมีสิทธิดีกว่าและขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ผู้ร้องจึงย่อมมีสิทธิที่จะขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวได้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3690/2546 นาย สุขศรี อัศวสำราญ โจทก์ นาย พิชัย พิชยอนุตรัตน์ ผู้ร้อง นาย วรวิทย์ ณ นครพนม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สุขศรี อัศวสำราญ · ผู้ร้อง - นาย พิชัย พิชยอนุตรัตน์ · จำเลย - นาย วรวิทย์ ณ นครพนม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล ทับเที่ยง · สุรพล เจียมจูไร · วิศณุ เลื่อมสำราญ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2599/2533ฎีกา 4914/2536ฎีกา 2517/2534ฎีกา 5846/2537ฎีกา 2049/2517ฎีกา 2728/2538ฎีกา 399/2521ฎีกา 2257/2521ฎีกา 1048/2510ฎีกา 90/2516ฎีกา 1673/2511ฎีกา 45/2497ฎีกา 492/2499ฎีกา 3323/2528ฎีกา 1014/2481ฎีกา 675/2546ฎีกา 1701/2524ฎีกา 2975/2538ฎีกา 81/2514ฎีกา 915/2522ฎีกา 2314/2519ฎีกา 710/2490ฎีกา 7632/2553ฎีกา 740/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ