⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3761/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3761/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับโทษจำคุกต่อจากคดีก่อน จะต้องไม่เกินกว่าโทษจำคุกสูงสุดที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นๆ และเมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงแล้วจะต้องไม่เกิน 20 ปี.

ย่อคำพิพากษา

ขณะที่จำเลยกระทำผิดในคดีนี้และคดีก่อน จำเลยเป็นพนักงานของธนาคาร ก. ซึ่งเป็นผู้เสียหายอยู่ด้วยในทุกคดีโดยถือโอกาสที่เป็นพนักงานกระทำผิดเกี่ยวกับเอกสารและทรัพย์โดยมีเจตนาเพื่อเบียดบังเอาเงินของลูกค้าผู้ฝากเงินไปเป็นประโยชน์ส่วนตนคดีนี้และคดีก่อนจึงมีความเกี่ยวพันกันจนอาจฟ้องเป็นคดีเดียวกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 160 วรรคแรก การนับโทษต่อจึงต้องอยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ด้วย และเมื่อคดีนี้ความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 และ 268 วรรคสอง เป็นกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกเกิน 3 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปี การนับโทษต้องอยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงแล้วจะเกิน 20 ปี ไม่ได้แต่คดีก่อนเมื่อรวมโทษจำคุกทุกคดีและทุกกระทงโดยไม่รวมโทษจำคุกในคดีนี้ด้วยปรากฏว่าจำเลยถูกลงโทษจำคุก 23 ปี 6 เดือน ซึ่งเกิน 20 ปีแล้วจึงไม่อาจนับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีก่อนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.160 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 265,268, 334, 335, 352 ให้จำเลยคืนและใช้เงิน 140,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 ใช้เงิน15 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 2 และนับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 515/2543 หมายเลขแดงที่ 525/2543 หมายเลขแดงที่ 1104/2543 และหมายเลขแดงที่ 1703/2543 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265, 335(11), 352 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานลักทรัพย์นายจ้างจำคุก 1 ปี ฐานยักยอก จำคุก1 ปี ฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุกกระทงละ2 ปี รวม 8 กระทง รวมจำคุก 18 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 ปี ริบของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 140,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 ใช้เงินจำนวน 15 บาทแก่ผู้เสียหายที่ 2 เนื่องจากคดีนี้และคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อนั้น ผู้เสียหายเป็นบุคคลคนละคนกัน พยานหลักฐานในคดีนี้เป็นคนละชุดกันและวันเวลาเกิดเหตุต่างกัน กรณีไม่ตกอยู่ในบังคับมาตรา 91(2)แห่งประมวลกฎหมายอาญา จึงให้นับโทษของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 515/2543 หมายเลขแดงที่ 525/2543 หมายเลขแดงที่ 1104/2543และหมายเลขแดงที่ 1703/2543 ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยในคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 515/2543 หมายเลขแดงที่ 525/2543 หมายเลขแดงที่ 1104/2543 และหมายเลขแดงที่ 1703/2543 ของศาลชั้นต้น โดยศาลชั้นต้นเรียงกระทงลงโทษจำเลยในแต่ละคดีแล้วคงจำคุก 2 ปี 6 เดือน, 9 ปี, 10 ปีและ 2 ปี ตามลำดับ รวมโทษทุกกระทงแล้วจำเลยถูกลงโทษจำคุก 23 ปี 6 เดือน ส่วนคดีนี้ศาลชั้นต้นเรียงกระทงลงโทษจำเลยแล้วคงจำคุก 9 ปี และให้นับโทษในคดีนี้ต่อจากโทษใน 4 คดีดังกล่าวข้างต้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ที่ศาลล่างทั้งสองให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากคดีหมายเลขแดงที่ 515/2543 หมายเลขแดงที่ 525/2543 หมายเลขแดงที่ 1104/2543 และหมายเลขแดงที่ 1703/2543 ของศาลชั้นต้นนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า ขณะที่จำเลยกระทำผิดในคดีนี้และคดีดังกล่าวทั้งสี่คดีนั้น จำเลยเป็นพนักงานของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนเทพกระษัตรีย์ ซึ่งเป็นผู้เสียหายอยู่ด้วยในทุกคดีโดยถือโอกาสที่เป็นพนักงานกระทำผิดเกี่ยวกับเอกสารและทรัพย์โดยมีเจตนาเพื่อเบียดบังเอาเงินของลูกค้าผู้ฝากเงินไปเป็นประโยชน์ส่วนตน คดีนี้และคดีดังกล่าวทั้งสี่คดีมีความเกี่ยวพันกันจนอาจฟ้องเป็นคดีเดียวกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 160 วรรคแรก การนับโทษต่อจึงต้องอยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ด้วย และปรากฏว่าคดีนี้ความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265 และ 268 วรรคสอง เป็นกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี การนับโทษต้องอยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) กล่าวคือ เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงแล้วจะเกิน 20 ปี ไม่ได้ แต่คดีดังกล่าวทั้งสี่คดีเมื่อรวมโทษจำคุกทุกคดีและทุกกระทงโดยไม่รวมโทษจำคุกในคดีนี้ด้วย ปรากฏว่าจำเลยถูกลงโทษจำคุกถึง 23 ปี 6 เดือน ซึ่งเกิน 20 ปีแล้ว จึงไม่อาจนับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีดังกล่าวทั้งสี่คดีได้ ที่ศาลล่างทั้งสองให้นับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำเลยในคดีดังกล่าวทั้งสี่คดี จึงไม่ชอบ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ให้นับโทษจำคุกคดีนี้ต่อจากคดีหมายเลขแดงที่ 515/2543 หมายเลขแดงที่ 525/2543 หมายเลขแดงที่ 1104/2543และหมายเลขแดงที่ 1703/2543 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3761/2546 พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์ นาย วิชัย วงศ์ทวีพิทยากุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต · จำเลย - นาย วิชัย วงศ์ทวีพิทยากุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พลรัตน์ ประทุมทาน · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · เรวัตร อิศราภรณ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 8080/2538ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 3911/2568ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 729/2483ฎีกา 4225/2559ฎีกา 2252/2560ฎีกา 8297/2540ฎีกา 3237/2543ฎีกา 11720/2555ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ