⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5851/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5851/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาซ้ำในประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นครั้งที่ 3 มีข้ออ้างและคำขอเช่นเดียวกับที่จำเลยยื่นในครั้งแรกและครั้งที่ 2 ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องทั้งสองฉบับดังกล่าว แม้เป็นการยกคำร้องเพราะจำเลยไม่นำพยานมาสืบ ก็ถือว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นในเรื่องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถานั้นแล้ว การที่จำเลยยื่นคำร้องเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอีก ย่อมเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 วรรคหนึ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นไต่สวนอนาถาไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 149 วรรคท้าย จึงให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่เสียมา 200 บาท แก่จำเลยทั้งสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.149 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๙๑ และส่งมอบที่ดินให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทของโจทก์อีกต่อไป กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเดือนละ ๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์และยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองมิได้นำพยานเข้าสืบให้เห็นข้อเท็จจริงตามคำร้อง จึงไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนยากจนไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมศาลได้ ให้ยกคำร้อง หากจำเลยทั้งสองประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ต่อไป ให้นำค่าขึ้นศาลมาชำระภายใน ๑๕ วัน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาเป็นครั้งที่ ๒ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวน แต่จำเลยทั้งสองไม่ไปศาลตามนัด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้นำพยานมาสืบให้ได้ความตามคำร้อง จึงให้ยกคำร้อง หากจำเลยทั้งสองประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ต่อไป ให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายในกำหนด ๑๕ วัน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีกเป็นครั้งที่ ๓ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสอง ๒ ครั้งแล้ว จำเลยทั้งสองจะขอใหม่ครั้งที่ ๓ ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ ให้ยกคำร้อง และหากจำเลยทั้งสองไม่นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ ให้เจ้าหน้าที่เสนอสำนวนต่อศาลเพื่อพิจารณาสั่ง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำสั่งว่า การที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีกเป็นฉบับที่ ๓ โดยมีข้ออ้างและคำขอเช่นเดียวกับคำร้อง ๒ ฉบับก่อน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ วรรคหนึ่ง ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถารวม ๓ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๓ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ๓ ครั้ง อ้างว่าขอเวลาหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนคดีได้ ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอีกเป็นครั้งที่ ๔ อ้างว่าทนายความติดธุระ ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและมีคำสั่งให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีกเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๔๔ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง แต่จำเลยทั้งสองไม่ไปตามนัด ศาลชั้นต้นจึงให้ยกคำร้องดังกล่าว จำเลยทั้งสองมายื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาเป็นครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๔๕ โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองยากจน ไม่สามารถหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมศาลได้ เช่นเดียวกับที่จำเลยทั้งสองอ้างในคำร้องครั้งแรกและครั้งที่ ๒ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า การที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาครั้งที่ ๓ ดังกล่าว เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำหรือไม่ เห็นว่า คำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสองที่ยื่นต่อศาลครั้งที่ ๓ มีข้ออ้างและคำขอเช่นเดียวกับที่จำเลยทั้งสองยื่นในครั้งแรกและครั้งที่ ๒ ซึ่งคำร้องทั้งสองฉบับดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง แม้จะเป็นการยกคำร้องเพราะจำเลยทั้งสองไม่ได้นำพยานมาสืบ ก็ถือว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นในเรื่องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถานั้นแล้ว การที่จำเลยทั้งสองมายื่นคำร้องเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอีก ย่อมเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับกับประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วอันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น อนึ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นไต่สวนอนาถาไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๙ วรรคท้าย จึงให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่เสียมา ๒๐๐ บาท แก่จำเลยทั้งสอง พิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกนั้นให้เป็นพับ หากจำเลยทั้งสองประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันฟังคำพิพากษานี้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5851/2546 นายสมศักดิ์ อาดำ โจทก์ นายมัด อาดำ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมศักดิ์ อาดำ · จำเลย - นายมัด อาดำ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ยอดเณร · กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · ประเสริฐ เขียนนิลศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญญบุรี - นางสาวธิติยา เอกกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสันต์ เกียรติก้อง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 171/2513ฎีกา 1913/2520ฎีกา 4024/2536ฎีกา 795/2510ฎีกา 5414/2536ฎีกา 2646/2527ฎีกา 2198/2522ฎีกา 866/2518ฎีกา 1182/2491ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5415/2543ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8277/2551ฎีกา 261/2506ฎีกา 3190/2530ฎีกา 6506/2547ฎีกา 4910/2533ฎีกา 3330-3331/2524ฎีกา 10842/2558ฎีกา 495/2549ฎีกา 1251/2493ฎีกา 1006/2538ฎีกา 2002/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา