⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 692/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 692/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่ปิดอากรแสตมป์ไม่บริบูรณ์ตามกฎหมาย จะไม่สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ หากไม่มีหลักฐานอื่นประกอบ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัยสัญญากู้ยืมเงิน จำเลยให้การว่ากู้เงินจากโจทก์จริงแต่รับเงินไม่ถึงจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญา จึงเป็นการกล่าวอ้างว่าสัญญาบางส่วนไม่สมบูรณ์ ศาลจำต้องใช้สัญญากู้ยืมเงินมาเป็นพยานหลักฐานในคดี การรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวโจทก์ต้องปิดอากรแสตมป์บนสัญญากู้ยืมเงินให้ถูกต้องบริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากรฯ มาตรา 118 เมื่อสัญญากู้ยืมเงินปิดอากรแสตมป์เพียง20 บาท ซึ่งตามบัญชีอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากรฯ ต้องปิดอากรแสตมป์จำนวน30 บาท สัญญากู้ยืมเงินจึงปิดอากรแสตมป์ไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ เมื่อโจทก์ไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จึงฟ้องร้องให้บังคับจำเลยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญากู้จำนวน 136,610.96บาท แก่โจทก์ทั้งสองพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 60,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ที่ 2 จำนวน 10,000 บาท แต่โจทก์ที่ 2ให้ระบุในสัญญากู้ยืมกว่า 60,000 บาท จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ที่ 2 ครบถ้วนแล้ว เมื่อเดือนพฤษภาคม 2534 ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน 60,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 4 มกราคม 2533 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินตามเอกสารหมาย จ.1 ให้แก่โจทก์ทั้งสองไว้ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการแรกว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ทั้งสองไปจำนวน 60,000 บาท หรือไม่เห็นว่า ในเรื่องการกู้ยืมเงิน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า "การกู้ยืมเงินกว่าห้าสิบบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่" ในคดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยโดยอาศัยสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.1เมื่อจำเลยให้การว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสองไว้จริง แต่ปฏิเสธว่าได้รับเงินจากโจทก์ทั้งสองเพียง 10,000 บาท จึงเป็นการกล่าวอ้างว่าหนี้ตามสัญญาบางส่วนไม่สมบูรณ์เนื่องจากโจทก์ทั้งสองจะนำเงินจำนวนที่เกินมาไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายและค่าทนายความในกรณีที่มีการผิดสัญญาจนต้องฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาล ศาลจึงจำเป็นต้องใช้สัญญากู้ยืมเงินมาเป็นพยานหลักฐานในคดี การจะรับฟังพยานเอกสารสนับสนุนข้ออ้าง โจทก์ทั้งสองจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 คือต้องปิดอากรแสตมป์บนสัญญากู้ยืมเงินให้บริบูรณ์เสียก่อน มิฉะนั้นจะใช้เอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ เมื่อสัญญากู้ยืมเงินปิดอากรแสตมป์เพียง 20 บาท ซึ่งตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากรต้องปิดอากรแสตมป์จำนวน 30 บาท ถือว่าสัญญากู้ยืมเงินปิดอากรแสตมป์ไม่บริบูรณ์ จึงใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 118 ถือว่าโจทก์ทั้งสองไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ โจทก์ทั้งสองจึงฟ้องร้องให้บังคับจำเลยไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 692/2546 นาย ละมูล หล้ามเหศักดิ์ กับพวก โจทก์ นาง มาลี พุ่มสุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ละมูล หล้ามเหศักดิ์ กับพวก · จำเลย - นาง มาลี พุ่มสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พีรพล จันทร์สว่าง · วิชัย ชื่นชมพูนุท · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1090/2530ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1462/2565ฎีกา 6938/2539ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 3007/2525ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1195/2535ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2423/2550ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1603/2551ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 991/2548ฎีกา 2657/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ