⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7117/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7117/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย และไม่มีผู้ใดเข้าเป็นคู่ความแทนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ย่อคำพิพากษา

ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ถึงแก่กรรม ป. ได้รับอนุญาตให้เข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ ต่อมาระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ป. ถึงแก่กรรม ศาลชั้นต้นแจ้งให้หมายโจทก์ทราบเพื่อหาบุคคลเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะแล้ว ไม่ปรากฏว่าทายาทหรือผู้จัดการมรดกหรือบุคคลอื่นใดที่ปกครองทรัพย์มรดกของโจทก์ยื่นคำขอเข้ามาเป็นคู่ความแทน และจำเลยก็มิได้มีคำขอให้ศาลมีหมายเรียกบุคคลดังกล่าวเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ภายในเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ ป. ถึงแก่กรรม กรณีจำต้องจำหน่ายคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้จำเลยเพิกถอนบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวมเฉพาะส่วนระหว่างจำเลยกับนางสุพรรณและให้ไปดำเนินการร่วมกับโจทก์ยื่นคำร้องเพื่อขอจดทะเบียบแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๙๘๐ ให้แก่โจทก์กับจำเลยคนละส่วนเท่า ๆ กัน กับให้จำเลยร่วมนำชี้แนวเขตที่ดินให้เจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดแบ่งแยก หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ถ้าจำเลยไม่สามารถตกลงแบ่งแยกที่ดินให้แก่โจทก์ได้ ขอให้นำที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดนำเงินที่ขายได้ทั้งหมดแบ่งเป็นส่วนให้เท่า ๆ กัน จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียกนางสุพรรณเข้าเป็นจำเลยร่วม จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยและจำเลยร่วม โดยกำหนดค่าทนายความ ๒,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ระหว่างพิจารณา โจทก์ถึงแก่กรรม นายประยูรทายาทผู้รับพินัยกรรมในที่ดินพิพาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ อนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ระหว่างพิจารณา นายประยูรผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ถึงแก่กรรมโดยไม่มีบุคคลใดมีคำขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะภายในกำหนด ๑ ปี นับแต่วันที่นายประยูรถึงแก่กรรม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ทนายจำเลยยื่นคำแถลงลงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๔๗ ต่อศาลชั้นต้นว่า นายประยูรผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๔๖ ปรากฏตามแบบรับรองรายการทะเบียนคนตายแนบท้ายคำแถลง ศาลชั้นต้นแจ้งให้ทนายโจทก์ทราบเพื่อหาบุคคลเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะแล้ว ไม่ปรากฏว่าทายาทหรือผู้จัดการมรดกหรือบุคคลอื่นใดที่ปกครองทรัพย์มรดกของโจทก์ยื่นคำขอเข้ามาเป็นคู่ความแทน และจำเลยก็มิได้มีคำขอให้ศาลมีหมายเรียกบุคคลดังกล่าวเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ภายในเวลา ๑ ปี นับแต่วันที่นายประยูรถึงแก่กรรม กรณีจึงต้องจำหน่ายคดี ให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7117/2546 นางสาวผม โพธิ์ขาว โดยนายประยูร โพธิ์ขาว ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ นายสม โพธิ์ขาว จำเลย นางสุพรรณ นัยนิตย์ จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวผม โพธิ์ขาว โดยนายประยูร โพธิ์ขาว ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน · จำเลย - นายสม โพธิ์ขาว · จำเลยร่วม - นางสุพรรณ นัยนิตย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สดศรี สัตยธรรม · จำรูญ แสนภักดี · สุมิตร สุภาดุลย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นางสาวสุนทรี อัจฉริยพฤกษ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2548ฎีกา 8167/2538ฎีกา 1575/2538ฎีกา 1114/2549ฎีกา 1390/2506ฎีกา 550/2510ฎีกา 249/2486ฎีกา 287/2504ฎีกา 292/2486ฎีกา 5919/2533ฎีกา 6353/2541ฎีกา 3034/2531ฎีกา 1748/2511ฎีกา 1303/2551ฎีกา 5474/2536ฎีกา 2532/2523ฎีกา 1950/2553ฎีกา 1137/2508ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 2469/2519ฎีกา 7700/2549ฎีกา 96/2516ฎีกา 74/2536ฎีกา 49/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา