⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7084/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7084/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยร่วมกับพวกขับรถจักรยานยนต์แข่งกันประมาณ 400 คัน ด้วยความคึกคะนองและด้วยความเร็วสูง แซงซ้ายแซงขวา โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นนั้น นอกจากจะก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนผู้อยู่ในละแวกใกล้เคียงกับถนนที่จำเลยกับพวกขับรถแข่งกันแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่นอีกด้วย ตามพฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 20 ปี สมควรมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีแล้ว ไม่มีเหตุรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย ความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือนร้อนของผู้อื่นและแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษจำเลยตาม ป.อ. ตาม 90

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.134 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.160

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 134, 160, 160 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 46 ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง กับสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราวของจำเลยและใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยโดยเรียกประกันทัณฑ์บนแก่จำเลย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 134, 160, 160 ทวิ จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน ริบของกลาง คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังมีกำหนด 1 เดือนแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ในส่วนที่ให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางไม่ชอบ เนื่องจากไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง และปัญหาดังกล่าวมิใช่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ไม่มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยอันเป็นการพิพากษาเกินคำขอนั้น เห็นว่า ตามบันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพ คำพิพากษาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 20 ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2546 ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางตามคำขอท้ายฟ้องแล้ว ส่วนที่ให้ยกคำขออื่นนั้นหมายถึงให้ยกคำขอท้ายฟ้องอื่นนอกจากคำขอให้ริบของกลาง เมื่อจำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาที่ให้ริบของกลาง คำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่ให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางจึงยุติ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 หยิบยกปัญหาเรื่องริบของกลางขึ้นมาวินิจฉัยและพิพากษาให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางซ้ำอีกครั้ง โดยเห็นว่าศาลชั้นต้นยกคำขอให้ริบของกลางโดยไม่ได้มีคำวินิจฉัยในส่วนนี้เป็นการไม่ถูกต้องนั้นเป็นการพิพากษาโดยผิดหลง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขและกรณีไม่เปลี่ยนแปลงผลจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในข้อนี้ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า การที่จำเลยร่วมกับพวกขับรถจักรยานยนต์แข่งกันประมาณ 400 คัน ด้วยความคึกคะนองและด้วยความเร็วสูง แซงซ้ายแซงขวา โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นนั้น นอกจากจะก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนผู้อยู่ในละแวกใกล้เคียงกับถนนที่จำเลยกับพวกขับรถแข่งกันแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่นอีกด้วย ตามพฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 20 ปี สมควรมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือนร้อนของผู้อื่น และแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่ศาลล่างทั้งสองมิได้ปรับบทกฎหมายที่ใช้ลงโทษแก่จำเลยให้ชัดเจน ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (8), 134 วรรคหนึ่ง, 160 วรรคสาม, 160 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งแต่ละบทมีโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 เฉพาะคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ส่วนโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7084/2547 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสงขลา โจทก์ นายโชคชัย รัตนเกษร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสงขลา · จำเลย - นายโชคชัย รัตนเกษร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ตุลยสิงห์ · พิชิต คำแฝง · ขวัญชัย ปิ่นรอด
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2278/2525ฎีกา 4416/2536ฎีกา 4678/2555ฎีกา 1770/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 1516/2549ฎีกา 10544/2546ฎีกา 1412/2541ฎีกา 1432/2535ฎีกา 929/2544ฎีกา 9299/2539ฎีกา 4293/2565ฎีกา 7705/2549ฎีกา 4926/2552ฎีกา 1145/2534ฎีกา 3981/2535ฎีกา 1118/2538ฎีกา 7285/2544ฎีกา 2145/2534ฎีกา 7299/2541ฎีกา 1988/2533ฎีกา 77/2547ฎีกา 7638/2550ฎีกา 2255/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ