⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7125/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7125/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ขนส่งมีสิทธิยึดหน่วงสินค้าไว้จนกว่าจะได้รับชำระค่าระวางพาหนะและอุปกรณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากรับสินค้าไว้ และมีบุริมสิทธิเหนือสินค้าดังกล่าว ซึ่งมีลำดับก่อนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องรับสินค้าเหล็กพิพาทลงเรือลำเลียงและลากเรือลำเลียงไปลอยลำไว้ในความดูแลเพื่อรอคำสั่งจากโจทก์และจำเลยให้ทำการขนส่งต่อไป จึงย่อมมีสิทธิยึดหน่วงเหล็กพิพาทไว้จนกว่าจะได้รับชำระค่าระวางพาหนะและอุปกรณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่รับสินค้าไว้ในความดูแล โดยสามารถใช้สิทธินี้ยันต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับตราส่งตามใบตราส่งที่ออกไว้สำหรับการขนส่งเหล็กพิพาทครั้งนี้ได้ การที่สินค้าเหล็กพิพาทได้ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรอายัดและตกอยู่ภายใต้อารักขาของเจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อนการส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้มีสิทธิที่จะได้รับ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ยังไม่ได้ดำเนินการตามพิธีการศุลกากรให้เสร็จสิ้น ถือไม่ได้ว่าผู้ร้องมีเจตนาสละการครอบครองหรือเจตนาไม่ยึดถือเหล็กพิพาทไว้ต่อไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1377 และ มาตรา 250 เมื่อผู้ร้องยังมีสิทธิยึดหน่วงสินค้าอยู่ แม้ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีนี้ยึดเหล็กพิพาทนั้นไว้เพื่อเอาชำระหนี้ตามคำพิพากษาคดีถึงที่สุดให้แก่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็ไม่ทำให้สิทธิยึดหน่วงของผู้ร้องสูญสิ้นไปเช่นกัน นอกจากผู้ร้องมีสิทธิยึดหน่วงดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องยังมีบุริมสิทธิเหนือสินค้าเหล็กนี้ด้วยตาม ป.พ.พ. มาตรา 259 และมาตรา 267 สำหรับเอาค่าระวางพาหนะในการรับขน กับทั้งค่าใช้จ่ายอันเป็นอุปกรณ์และเป็นบุริมสิทธิมีอยู่เหนือของอันอยู่ในมือของผู้ขนส่ง ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิในมูลรับขนก่อนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในมูลหนี้ตามคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.250 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.259 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.267 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาคดีถึงที่สุดให้จำเลยชำระหนี้ตามคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตให้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 112,993,086.35 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอให้บังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเหล็กบิลเล็ต (เหล็กแท่งตัน) ของจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการยึด โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ผู้ร้องมีบุริมสิทธิพิเศษในมูลหนี้รับขนของสินค้าเหล็กพิพาทจำนวน 11,830,417 บาท ให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนวน 11,830,417 บาท ก่อนโจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ วินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาของโจทก์มีว่า ผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ผู้มีสิทธิยึดหน่วงและมีบุริมสิทธิในมูลรับขนหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องตกลงรับสินค้าเหล็กพิพาทไว้ในความดูแลเพื่อรอทำการขนส่งต่อไปโดยชอบ จึงย่อมมีสิทธิยึดหน่วงเหล็กพิพาทไว้จนกว่าจะได้รับชำระค่าระวางพาหนะและอุปกรณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่รับสินค้าไว้ในความดูแล ผู้ร้องสามารถใช้สิทธินี้ยันต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับตราส่งตามใบตราส่งที่ออกไว้สำหรับการขนส่งเหล็กพิพาทครั้งนี้ได้ การที่สินค้าเหล็กได้ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรอายัดและตกอยู่ภายใต้อารักขาของเจ้าหน้าที่ศุลกากร ก่อนการส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้มีสิทธิที่จะได้รับเนื่องจากเป็นสินค้าที่ยังไม่ได้ดำเนินการตามพิธีการศุลกากรให้เสร็จสิ้น ถือไม่ได้ว่าผู้ร้องมีเจตนาสละการครอบครองหรือเจตนาไม่ยึดถือเหล็กพิพาทไว้ต่อไปตามมาตรา 1377 แห่ง ป.พ.พ. ที่ว่า "ถ้าผู้ครอบครองสละเจตนาครอบครองหรือไม่ยึดถือทรัพย์สินต่อไป การครอบครองย่อมสุดสิ้นลง" หากเป็นการต้องจำยอมให้สินค้าเหล็กตกอยู่ภายใต้อารักขาของเจ้าหน้าที่ศุลกากรไปตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ศุลกากร กรณีจึงไม่ทำให้การครองทรัพย์สินของผู้ร้องสูญสิ้นไปอันทำให้สิทธิยึดหน่วงต้องระงับสิ้นไปด้วย ตามมาตรา 250 แห่ง ป.พ.พ. ที่ว่า "ถ้าการครองทรัพย์สินสูญสิ้นไป สิทธิยึดหน่วงก็เป็นอันระงับไปด้วย" เมื่อผู้ร้องยังมีสิทธิยึดหน่วงสินค้าอยู่ แม้ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีนี้ยึดเหล็กพิพาทนั้นไว้เพื่อเอาชำระหนี้ตามคำพิพากษาคดีถึงที่สุดให้แก่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ก็ไม่ทำให้สิทธิยึดหน่วงของผู้ร้องสูญสิ้นไปเช่นกัน นอกจากผู้ร้องมีสิทธิยึดหน่วงดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องยังมีบุริมสิทธิเหนือสินค้าเหล็กนั้นด้วยตาม ป.พ.พ. มาตรา 259 ที่บัญญัติว่า "ถ้ามีหนี้อยู่เป็นคุณแก่บุคคลผู้ใดในมูลอย่างหนึ่งอย่างใดดังจะกล่าวต่อไปนี้ บุคคลนั้นย่อมมีบุริมสิทธิเหนือสังหาริมทรัพย์เฉพาะอย่างของลูกหนี้ คือ ... (3) รับขนคนโดยสารหรือของ ..." และตามมาตรา 267 ที่บัญญัติว่า "บุริมสิทธิในมูลรับขนนั้นใช้สำหรับเอาค่าระวางพาหนะในการรับขนคนโดยสารหรือของกับทั้งค่าใช้จ่าย อันเป็นอุปกรณ์และเป็นบุริมสิทธิมีอยู่เหนือของและเครื่องเดินทางทั้งหมดอันอยู่ในมือของผู้ขนส่ง" ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิในมูลรับขนก่อนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในมูลหนี้ตามคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามาให้ผู้ร้องมีบุริมสิทธิเหนือสินค้าเหล็กพิพาท เพื่อเอาชำระหนี้ค่าระวางพาหนะกับค่าใช้จ่ายอันเป็นอุปกรณ์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7125/2547 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทเร่งพัฒนาขนส่ง จำกัด ผู้ร้อง บริษัทกรุงไทย สตีล อินดัสทรี จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้อง - บริษัทเร่งพัฒนาขนส่ง จำกัด · จำเลย - บริษัทกรุงไทย สตีล อินดัสทรี จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา ประสงค์จรรยา · กำพล ภู่สุดแสวง · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายนิพนธ์ พิชยพาณิชย์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2617/2524ฎีกา 2971/2543ฎีกา 1188/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 6306/2551ฎีกา 6667/2542ฎีกา 770/2535ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 4677/2549ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 1280/2492ฎีกา 5378/2544ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 107/2493ฎีกา 7569/2549ฎีกา 181/2512ฎีกา 2451/2548ฎีกา 971/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา