คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7567/2547
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ต้องเป็นคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีหรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น บุคคลภายนอกที่อ้างว่าได้รับโอนสิทธิและหน้าที่ในหนี้ตามคำพิพากษา ไม่อาจเข้าสวมสิทธิของฝ่ายชนะคดีเพื่อดำเนินการบังคับคดีได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้มีสิทธิบังคับคดีและผู้มีหน้าที่ต้องถูกบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้น ป.วิ.พ. มาตรา 271 บัญญัติให้เป็นสิทธิและหน้าที่ของคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีหรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดีหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกที่อ้างว่าได้รับโอนสิทธิและหน้าที่ในหนี้ตามคำพิพากษาจากโจทก์ที่มีอยู่แก่จำเลย มิใช่คู่ความในคดีหรือเป็นบุคคลผู้อยู่ในฐานะเป็นฝ่ายชนะคดี จึงไม่อาจที่จะเข้ามาสวมสิทธิโจทก์เพื่อดำเนินการอย่างใดเกี่ยวกับการบังคับคดีแก่จำเลยในคดีนี้ได้ ไม่ว่าผู้ร้องจะได้รับโอนสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ในหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ที่มีอยู่แก่จำเลยมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนก่อนที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์เด็ดขาดหรือไม่ ผู้ร้องย่อมไม่อาจเข้าสวมสิทธิโจทก์ในการบังคับคดีตามคำพิพากษาเอาแก่จำเลยในคดีนี้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 27742 และ 27741 ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ให้โจทก์เนื้อที่ 2 ไร่ 3 งาน 63 ตารางวา และ 570 ตารางวา ตามลำดับ และรับเงินค่าที่ดินที่ค้างชำระ 1,760,000 บาท จากโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากโอนที่ดินให้โจทก์ไม่ได้ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 2,572,500 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกฎีกาของจำเลย คดีถึงที่สุด
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2538 โจทก์ได้โอนสิทธิเรียกร้องที่มีต่อจำเลยตามคำพิพากษาและการบังคับคดีให้ผู้ร้อง จึงขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเข้าเป็นโจทก์แทนโจทก์เดิม
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ย่อมตกแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิ ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาของผู้ร้องที่ว่า ผู้ร้องมีสิทธิเข้าสวมสิทธิโจทก์ในการบังคับคดีตามคำพิพากษาเอาแก่จำเลยหรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องได้รับโอนสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ที่มีต่อจำเลยในคดีนี้ตามคำพิพากษามาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2538 ก่อนที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์เด็ดขาดตามคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล.4/2542 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่มีอำนาจเข้าไปจัดกิจการและทรัพย์สินของโจทก์ย้อนหลังไปถึงสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาที่โจทก์ได้โอนให้แก่ผู้ร้องไปแล้วได้ เห็นว่า ผู้มีสิทธิบังคับคดีและผู้มีหน้าที่ต้องถูกบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 บัญญัติให้เป็นสิทธิและหน้าที่ของคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีหรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดีหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกที่อ้างว่าได้รับโอนสิทธิและหน้าที่ในหนี้ตามคำพิพากษาจากโจทก์ที่มีอยู่แก่จำเลย มิใช่คู่ความในคดีหรือเป็นบุคคลผู้อยู่ในฐานะเป็นฝ่ายชนะคดี จึงไม่อาจที่จะเข้ามาสวมสิทธิโจทก์เพื่อดำเนินการอย่างใดเกี่ยวกับการบังคับคดีแก่จำเลยในคดีนี้ได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ร้องจะได้รับโอนสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ในหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ที่มีอยู่แก่จำเลยมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนก่อนที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์เด็ดขาดหรือไม่ก็ตาม ผู้ร้องย่อมไม่อาจเข้าสวมสิทธิโจทก์ในการบังคับคดีตามคำพิพากษาเอาแก่จำเลยในคดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7567/2547
นายธวัชชัย ฉันทจิตปรีชา โจทก์
นางสาวเพ็กเกียง แซ่เจี่ย ผู้ร้อง
นางชะเอม โชติจันทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายธวัชชัย ฉันทจิตปรีชา · ผู้ร้อง - นางสาวเพ็กเกียง แซ่เจี่ย · จำเลย - นางชะเอม โชติจันทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประทีป ปิติสันต์ · สมศักดิ์ เนตรมัย · สุภิญโญ ชยารักษ์ |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ