⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8574/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8574/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งมอบยาเสพติดให้โทษถือเป็นความผิดสำเร็จแล้ว แม้จะยังไม่มีการส่งมอบเงินค่าสินค้าก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฯ มาตรา 4 บัญญัติว่า จำหน่าย หมายความว่า ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ ที่จำเลยที่ 3 อ้างว่า ยังไม่มีการส่งมอบเงินที่ใช้ล่อซื้อแก่จำเลยที่ 2 การซื้อขายยังไม่สำเร็จนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 3 ได้ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนแก่สายลับแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงเป็นควมผิดสำเร็จแล้ว โจทก์มิได้ระบุรายละเอียดว่าศาลจังหวัดสมุทรสาครพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 หรือไม่ อย่างไร จึงไม่มีข้อเท็จจริงที่ปรากฏแก่ศาลให้รับฟังได้ว่าศาลจังหวัดสมุทรสาครพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ดังนั้น จึงไม่อาจนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีดังกล่าวได้ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.22 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8,15, 66, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตราม 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 83, 91, 371 ริบเมทแอมเฟตามีน อาวุธปืน และปลอกกระสุนปืนของกลาง และนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4740/2543 และ 14322/2544 ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 1 ที่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ จำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคสอง, 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เมทแอมเฟตามีนของกลางที่มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่วยเป็นจำนวนเดียวกัน ความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายกับความผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) จึงเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากัน วางโทษฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่เพียงบทเดียว ให้จำคุกจำเลยทั้งสี่ตลอดชีวิต จำเลยที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อันเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ให้การรับสภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 โดยเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีกำหนด 25 ปี จำคุกจำเลยที่ 4 ฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 มีกำหนด 25 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 25 ปี 12 เดือน นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4740/2543 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 14322/2544 ของศาลอาญาธนบุรี ริบเมทแอมเฟตามีน อาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังยุติในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 30,000 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 411.625 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย และจำเลยที่ 4 มีอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ขนาด .38 ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับจำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนรีวอลเวอร์ขนาด .38 จำนวน 5 นัด ปลอกกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 1 ปลอก ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร และโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ว่า จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายหรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจตรีสินชัย ดาบตำรวจสมชาย และสิบตำรวจเอกชัยยา เบิกความเป็นพยานว่า เมื่อดาบตำรวจสมชาย สิบตำรวจเอกชัยยา และสายลับเดินทางไปถึงสถานีบริการน้ำมัน ป.ต.ท. ที่เกิดเหตุ สายลับอีกคนหนึ่งซึ่งรออยู่ก่อนแล้วพาจำเลยที่ 2 มาตกลงซื้อขายเมทแอมเฟตามีนกับดาบตำรวจสมชายในรถยนต์ของดาบตำรวจสมชาย เมื่อตกลงกันแล้วจำเลยที่ 2 เดินไปที่รถยนต์นิสสัน เอ็นวี หมายเลขทะเบียน ลก 9572 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่ห่างจากรถยนต์ของดาบตำรวจสมชายประมาณ 3 ถึง 4 เมตร รถยนต์คันดังกล่าวจำเลยที่ 4 เป็นผู้ขับ จำเลยที่ 3 นั่งหน้าคู่กับจำเลยที่ 4 ส่วนจำเลยที่ 1 นั่งด้านหลัง หลังจากนั้นจำเลยที่ 4 ก็ขับรถยนต์กลับออกไป ต่อมาประมาณ 20 นาทีจำเลยที่ 4 ขับรถยนต์กลับมาจำเลยที่ 2 เดินไปที่รถยนต์ที่จำเลยที่ 4 ขับ โดยมีสายลับเดินตามไป จำเลยที่ 1 หยิบถุงพลาสติกสีน้ำเงินจากด้านหลังรถยนต์ส่งให้จำเลยที่ 3 ซึ่งยังคงนั่งคู่กับจำเลยที่ 4 แล้วจำเลยที่ 3 ส่งถุงนั้นแก่สายลับ เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 เดินไปที่รถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 นั่งอยู่เสร็จแล้วจำเลยที่ 4 ก็ขับรถยนต์ออกไป และกลับมาพร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลาง เชื่อว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้สั่งให้จำเลยที่ 4 ขับรถยนต์ไปเอาเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยที่ 3 อยู่กับจำเลยที่ 1 และที่ 4 ในรถยนต์ตั้งแต่จำเลยที่ 2 เข้าไปตกลงซื้อขายเมทแอมเฟตามีนกับดาบตำรวจสมชาย และเมื่อจำเลยที่ 4 ขับรถยนต์ออกไปและกลับเข้ามาใหม่พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางจำเลยที่ 3 ก็ยังคงกลับเข้ามาด้วย แสดงว่าจำเลยที่ 3 นั่งรถยนต์ไปกับจำเลยที่ 1 และที่ 4 เพื่อนำเมทแอมเฟตามีนของกลางมามอบแก่สายลับดังกล่าว การจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายมีโทษสถานหนัก ผู้กระทำหรือร่วมกระทำย่อมต้องกระทำโดยปกปิดรับรู้กันเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ให้ผู้อื่นรู้เห็นเพื่อความปลอดภัยหากจำเลยที่ 3 ไม่มีส่วนร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายแล้ว จำเลยที่ 3 ย่อมไม่อาจอยู่ในเหตุการณ์นั้นได้ พฤติการณ์ของจำเลยที่ 3 ตามพยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ส่วนที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่ายังไม่มีการส่งมอบเงินที่ใช้ล่อซื้อแก่จำเลยที่ 2 การซื้อขายยังไม่สำเร็จนั้นเห็นว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 บัญญัติว่า จำหน่าย หมายความว่า ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 3 ได้ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนแก่สายลับแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงเป็นความผิดสำเร็จแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น อนึ่งในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นจะได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 8 และมาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 15 และ มาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน แต่คดีนี้เมทแอมเฟตามีนของกลางมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกิน 20 กรัมขึ้นไป กฎหมายที่แก้ไขใหม่ตามมาตรา 66 วรรคสาม ไม่เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสี่จึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยทั้งสี่ ไม่เป็นกรณีที่จะต้องแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้วปรากฏว่า ที่โจทก์มีคำขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4740/2543 ของศาลจังหวัดสมุทรสาครนั้น เห็นว่า โจทก์มิได้ระบุรายละเอียดว่าศาลจังหวัดสมุทรสาครพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 หรือไม่ อย่างไร จึงไม่มีข้อเท็จจริงที่ปรากฎแก่ศาลให้รับฟังได้ว่าศาลจังหวัดสมุทรสาครพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ดังนั้นจึงไม่อาจนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีดังกล่าวได้ ที่ศาลล่างทั้งสองให้นับโทษต่อจึงไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4740/2543 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8574/2547 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายเปมหรือเปรม อุปพงษ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายเปมหรือเปรม อุปพงษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธาดา กษิตินนท์ · หัสดี ไกรทองสุก · องอาจ โรจนสุพจน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551ฎีกา 3310/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ