⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8832/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8832/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่เป็นความผิดที่ไม่อาจยอมความกันได้ แต่หากโจทก์และจำเลยตกลงกันได้และไม่ประสงค์ดำเนินคดีอีกต่อไป ศาลอาจอนุญาตให้ถอนฎีกาในความผิดฐานดังกล่าวได้.

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตาม ป.อ. มาตรา 136 เป็นความผิดที่ไม่อาจยอมความกันได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิถอนฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 35 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ บริษัท ม. และบริษัท ข. ตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว โจทก์จึงไม่ประสงค์ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสาม โจทก์ บริษัท ม. บริษัท ข. และจำเลยที่โจทก์ถอนฟ้องไม่ประสงค์จะดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่งต่อกันอีก ย่อมถือได้ว่าโจทก์มีเจตนาถอนฎีกาจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ด้วย จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฎีกาในความผิดฐานดังกล่าว ส่วนจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นยังไม่ได้มีคำพิพากษา และความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสารเป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์จะถอนฟ้องในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสารกับถอนฟ้องจำเลยที่ 3 ได้ และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ. มาตรา 39 (2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.35 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.136 ประมวลกฎหมายอาญา ม.328

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 326, 328, 90, 91, 83, 50 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 4, 48 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันโฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดครึ่งหน้าในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น หนังสือพิมพ์แนวหน้า หนังสือพิมพ์ข่าวสด เป็นเวลา 15 วัน และห้ามจำเลยทั้งสามประกอบอาชีพหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษตามคำพิพากษา และขอให้นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำของศาลต่าง ๆ ตามฟ้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 2 แถลงว่า ชื่อ คาน คอดิน เป็นชื่อนามปากกาซึ่งมีผู้เขียนหลายคนใช้ชื่อนามปากกาดังกล่าวโดยไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดบ้าง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 จำคุก 5 เดือน และปรับ 50,000 บาท เนื่องจากไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้รับโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสจำเลยที่ 2 ปรับปรุงความประพฤติในหน้าที่บรรณาธิการของตนเอง จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 และให้จำเลยที่ 2 นำใจความของคำพิพากษาลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ข่าวสดมีกำหนด 5 วัน โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระค่าโฆษณา คำขออื่นและข้อหาอื่นให้ยก กับให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสาม จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่คัดค้าน ส่วนจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวและยังไม่ได้ให้การแก้คดี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 เป็นความผิดที่ไม่อาจยอมความกันได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิถอนฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 วรรคหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามโจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 18 ตุลาคม 2547 ใจความว่า โจทก์ บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) และบริษัทข่าวสด จำกัด ตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว โจทก์จึงไม่ประสงค์ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสาม โจทก์ บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) บริษัทข่าวสด จำกัด และจำเลยที่โจทก์ถอนฟ้อง ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่งต่อกันอีก ย่อมถือได้ว่าโจทก์มีเจตนาถอนฎีกาจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ด้วย จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฎีกาในความผิดฐานดังกล่าว ส่วนจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นยังไม่ได้มีคำพิพากษา และความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร เป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์จะถอนฟ้องในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร กับถอนฟ้องจำเลยที่ 3 ได้ และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8832/2547 พลตำรวจโทเสรี เตมียเวส โจทก์ บริษัทข่าวสด จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พลตำรวจโทเสรี เตมียเวส · จำเลย - บริษัทข่าวสด จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ตุลยสิงห์ · พลรัตน์ ประทุมทาน · สุรพล เอกโยคยะ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 7651/2552ฎีกา 106/2506ฎีกา 19406/2555ฎีกา 207/2528ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1398/2506ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 1105/2519ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 2887/2540ฎีกา 3050/2544ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540ฎีกา 2927/2540ฎีกา 214/2494ฎีกา 169/2490ฎีกา 2083/2539ฎีกา 7283-7285/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ