⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 985/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่อทรัพย์สินของรัฐหรือทรัพย์สินที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะที่อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการแก่ประชาชน ถือเป็นเรื่องร้ายแรง แม้ผู้กระทำผิดจะยังเป็นเยาวชน แต่หากมีวุฒิภาวะเพียงพอและกระทำความผิดโดยไม่คำนึงถึงสังคม ศาลอาจไม่รอการลงโทษจำคุกได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยลักเอาเงินจำนวน 2,051 บาท ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยจากเครื่องโทรศัพท์สาธารณะที่ติดตั้งไว้ให้บริการแก่ประชาชนในเวลากลางคืน โดยใช้กุญแจและอุปกรณ์อื่นที่จัดเตรียมมาเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด และใช้จักรยานเป็นพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด พาทรัพย์ไปและเพื่อให้พ้นการจับกุม พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยนอกจากจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ และอาจก่อให้เกิดความขัดข้องในการใช้โทรศัพท์สาธารณะของประชาชนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอีกด้วย ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 18 ปีเศษ นับว่าอยู่ในวัยที่มีวุฒิภาวะและมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีพอสมควรแล้ว แต่กลับกระทำความผิดดังกล่าวโดยไม่คำนึงถึงความสงบสุขของสังคมส่วนรวมจึงเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้นเหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้กุญแจพิเศษไขเครื่องโทรศัทพ์ในตู้โทรศัพท์สาธารณะจนเครื่องโทรศัพท์เสียหายเปิดออกเห็นกล่องชั้นในบรรจุเงินเหรียญต่างๆ อันเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์แล้วลักเอาเงินเหรียญชนิดต่างๆ จำนวน 2,051 บาท ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของสำนักงานบริการโทรศัทพ์จัตุรัส อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ผู้เสียหายไปโดยทุจริตโดยในการลักทรัพย์ดังกล่าวจำเลยใช้รถจักรยาน 1 คัน เป็นยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การลักทรพัย์ การพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นการจับกุม จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1349/2545 ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 336 ทวิ, 33 ริบของกลางทั้งหมดนอกจากเงินเหรียญจำนวน 219 บาท นับโทษจำคุกของจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1349/2545 ของศาลชั้นต้น กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาเงินเหรียญจำนวน 1,832 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1), (3) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำเลยอายุ 18 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือน ริบของกลางทั้งหมดนอกจากเงินเหรียญจำนวน 219 บาท ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาเงินเหรียญจำนวน 1,832 บาท แก่ผู้เสียหาย ส่วนคำขอให้นับโทษต่อให้ยก เพราะศาลรอการลงโทษใคดีดังกล่ว จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า จำเลยลักเอาเงินจำนวน 2,051 บาท ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยจากเครื่องโทรศัพท์สาธารณะที่ติดตั้งไว้ให้บริการแก่ประชาชนในเวลากลางคืน โดยใช้กุญแจและอุปกรณ์อื่นที่จัดเตรียมมาเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด และใช้รถจักรยานเป็นพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด พาทรัพย์ไปและเพื่อให้พ้นการจับกุมอีกด้วย พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลย นอกจากก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์และอาจก่อให้เกิดความขัดข้องในการใช้โทรศัพท์สาธารณะของประชาชน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอีกด้วย ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 18 ปีเศษ นับว่าอยู่ในวัยที่วุฒิภาวะและมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีพอสมควรแล้ว แต่กลับกระทำความผิดดังกล่าวโดยไม่คำนึงถึงความสงบสุขของสังคมส่วนรวม จึงเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2547 พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ นายสุริโยหรือโย ไชยเสน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ · จำเลย - นายสุริโยหรือโย ไชยเสน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา ประสงค์จรรยา · องอาจ โรจนสุพจน์ · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1891/2500ฎีกา 1331/2479ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 16889/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 490/2542ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2724/2519ฎีกา 5509/2549ฎีกา 1211/2481ฎีกา 3576/2536ฎีกา 4018/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ