⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2056/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2056/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องมีสิทธิขอให้ศาลเพิกถอนการยึดทรัพย์ที่ตนมีสิทธิตามคำพิพากษาได้ แม้ทรัพย์นั้นจะถูกยึดเพื่อบังคับคดีแก่บุคคลอื่นแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาแล้วก็ตาม แต่เมื่อยังไม่มีการขายทอดตลาด และต่อมาศาลอีกคดีหนึ่งได้พิพากษาตามยอมให้จำเลยโอนทรัพย์ดังกล่าวแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องย่อมมีสิทธิตามคำพิพากษาที่จะบังคับจำเลยให้จดทะเบียนสิทธิเหนือทรัพย์ดังกล่าวได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1300 และมีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนการยึดทรัพย์ดังกล่าวได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 287

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน 250,000 บาท แบ่งชำระ 3 งวด ภายในวันที่ 25 เมษายน 2540 แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 37924 ตำบลบางคูวัด (บางคูวัดเหนือ) อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พร้อมทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น เลขที่ 131/32 ของจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึดศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ร้องแล้ว ตามคดีหมายเลขแดงที่ 12451/2543 ผู้ร้องเป็นผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 การที่โจทก์นำยึดเป็นการกระทบสิทธิของผู้ร้องเพราะไม่สามารถนำคำพิพากษาตามยอมไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมาเป็นของผู้ร้องได้ ขอให้เพิกถอนการยึด โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก่อนผู้ร้อง การที่โจทก์นำยึดที่ดินเพื่อออกขายทอดตลาดเป็นการใช้สิทธิตามขั้นตอนของกฎหมายและมีสิทธิดีกว่าผู้ร้อง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นสอบข้อเท็จจริงจากผู้ร้องและโจทก์แล้ว เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้สืบพยานแล้วมีคำพิพากษาให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 27924 ตำบลบางคูวัด (บางคูวัดเหนือ) อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พร้อมทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เลขที่ 131/32 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 37924 ตำบลบางคูวัด (บางคูวัดเหนือ) อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานีพร้อมทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เลขที่ 131/32 นอกจากที่แก้ค้งให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งได้ดำเนินการบังคับคดีไปก่อนผู้ร้อง การที่ผู้ร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์เป็นการกระทบสิทธิในการบังคับคดีของโจทก์ที่มีอยู่ก่อนและได้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการบังคับคดีของโจทก์นั้น เห็นว่า แม้โจทก์จะดำเนินการบังคับคดีไปก่อนที่ผู้ร้องจะเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาก็ตามแต่เมื่อศาลแพ่งมีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องย่อมมีสิทธิตามคำพิพากษาดังกล่าวที่จะบังคับให้จำเลยจดทะเบียนสิทธเหนือทรัพย์พิพาทได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 ดังนั้น เมื่อยังมิได้มีการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทผู้ร้องก็ย่อมใช้สิทธิร้องขอให้เพิกถอนการยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ได้ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2056/2548 นางสมศรี ชูธรัตน์ โจทก์ นางสาวบุษบง วรรณดิลก ผู้ร้อง บริษัทกฤษติญา เอสเตท จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมศรี ชูธรัตน์ · ผู้ร้อง - นางสาวบุษบง วรรณดิลก · จำเลย - บริษัทกฤษติญา เอสเตท จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร มงคล · กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2599/2533ฎีกา 4914/2536ฎีกา 2517/2534ฎีกา 5846/2537ฎีกา 2049/2517ฎีกา 2728/2538ฎีกา 399/2521ฎีกา 2257/2521ฎีกา 1048/2510ฎีกา 90/2516ฎีกา 1673/2511ฎีกา 45/2497ฎีกา 492/2499ฎีกา 3323/2528ฎีกา 1014/2481ฎีกา 675/2546ฎีกา 1701/2524ฎีกา 2975/2538ฎีกา 81/2514ฎีกา 915/2522ฎีกา 2314/2519ฎีกา 710/2490ฎีกา 7632/2553ฎีกา 740/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ