⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4818/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4818/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ย่อมเป็นที่สุด และปัญหาว่าคดีมีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์หรือไม่นั้นย่อมยุติไปตามคำสั่งนั้นแล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองเคยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์มาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง เพราะเห็นว่าคดีของจำเลยทั้งสองไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย และปัญหาที่ว่าคดีของจำเลยทั้งสองมีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์หรือไม่ ย่อมยุติตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ดังนั้น แม้หากจะฟังว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนยากจนก็ไม่เป็นประโยชน์แก่รูปคดี จึงไม่มีเหตุที่จำเลยทั้งสองจะยื่นคำร้องขอต่อศาลให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่ เพื่ออนุญาตให้จำเลยทั้งสองนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าตนเป็นคนยากจนได้อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,048,725.40 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า แม้ทางไต่สวนพอรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนยากจนไม่มีเงินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาล แต่คดีของจำเลยทั้งสองไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ จึงให้ยกคำร้อง หากจำเลยทั้งสองประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้จำเลยทั้งสองนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายในวันที่ 10 พฤษภาคม 2545 จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คดีของจำเลยทั้งสองไม่มีมูลที่จะอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งชอบแล้ว หากจำเลยทั้งสองประสงค์ที่จะอุทธรณ์ต่อไป ให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีก 2 ครั้ง ครั้งที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลาออกไปถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2546 ครั้นครบกำหนดจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์อีกอ้างว่าจำเลยทั้งสองมีพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มให้ศาลเห็นว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนยากจน และคดีของจำเลยทั้งสองมีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุที่จำเลยทั้งสองจะนำหลักฐานว่ายากจนจริงมาแสดงต่อศาลอีก และคำสั่งที่ว่าคดีของจำเลยทั้งสองไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ก็ถึงที่สุดแล้ว จึงให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นโดยเห็นว่าคดีของจำเลยทั้งสองไม่มีมูลที่จะอุทธรณ์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ในเรื่องนี้ย่อมถึงที่สุด จำเลยทั้งสองจะยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขอใหม่เพื่อนอนุญาตให้นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่ายากจนอีกหาได้ไม่ คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ยกคำร้อง จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เดิมจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์มาแล้วครั้นหนึ่ง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องเพราะเห็นว่าคดีของจำเลยทั้งสองไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย และปัญหาที่ว่าคดีของจำเลยทั้งสองมีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์หรือไม่ ย่อมยุติแล้วตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ดังนั้น ถึงหากจะฟังว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนยากจน ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่รูปคดีของจำเลยทั้งสองจึงไม่มีเหตุที่จำเลยทั้งสองจะยื่นคำร้องขอต่อศาลให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่เพื่ออนุญาตให้จำเลยทั้งสองนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าตนเป็นคนยากจนได้อีก ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4818/2548 ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) โจทก์ จ่าสิบตำรวจหรือพลตำรวจ ธนา บัวสุ่นหรือบัวสุน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) · จำเลย - จ่าสิบตำรวจหรือพลตำรวจธนา บัวสุ่นหรือบัวสุน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เนตรมัย · สุภิญโญ ชยารักษ์ · ประทีป ปิติสันต์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 256/2507ฎีกา 2646/2527ฎีกา 2198/2522ฎีกา 3470/2526ฎีกา 866/2518ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 1330/2518ฎีกา 1040/2527ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5415/2543ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8277/2551ฎีกา 4910/2533ฎีกา 495/2549ฎีกา 1006/2538ฎีกา 2785/2523ฎีกา 4067/2532ฎีกา 4658/2534ฎีกา 1235/2535ฎีกา 1925/2539ฎีกา 11996/2547ฎีกา 491-492/2524ฎีกา 406/2513ฎีกา 4821/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ