คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 491-492/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาเพราะโจทก์ไม่มีพยานมาสืบนั้น โจทก์ชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ การยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคสี่ จะกระทำได้ต่อเมื่อมีการสืบพยานไปแล้วเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อน และเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบจึงให้งดไต่สวนคำร้องดังกล่าวแล้วยกคำร้อง โจทก์ชอบที่จะอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้โจทก์เลื่อนการไต่สวน แต่โจทก์กลับยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคสี่ แต่คดีนี้ไม่มีการสืบพยานโจทก์เลยแม้แต่ปากเดียว กรณีจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156 วรรคสี่ การดำเนินกระบวนพิจารณาของโจทก์จึงไม่ถูกต้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์บกพร่องในเรื่องความสามารถไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ถึงวันนัดไต่สวน โจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อน ให้งดสืบพยาน ยกคำร้อง ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคสี่ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง
โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่โจทก์อุทธรณ์และฎีกาขึ้นมานี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 17 เมษายน 2522 ขอเลื่อนการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของโจทก์ต่อศาลชั้นต้น แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อน และเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ จึงให้งดไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาดังกล่าวแล้วและสั่งยกคำร้องการดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป โจทก์ชอบที่จะอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้โจทก์เลื่อนการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ซึ่งมีปัญหาว่าควรจะให้เลื่อนหรือไม่ แต่โจทก์กลับไปยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคสี่ ซึ่งมีปัญหาว่าควรจะให้โจทก์นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าตนเป็นคนยากจนหรือไม่ แต่คดีนี้ไม่มีการสืบพยานโจทก์เลยแม้แต่ปากเดียว กรณีจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคสี่ การดำเนินกระบวนพิจารณาของโจทก์จึงไม่ถูกต้อง ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของโจทก์ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2522 โดยอาศัยเหตุดังกล่าวข้างต้นนั้นชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 491 - 492/2524
นางชนิดา มหาปิยศิลป์ โจทก์
บริษัทวีนิล จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางชนิดา มหาปิยศิลป์ · จำเลย - บริษัทวีนิล จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บรรเทอง ภู่กฤษณา · ชลูตม์ สวัสดิทัต · วัฒน์ ผดุงจิตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา