⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5152/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5152/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สถานที่จอดรถของวิทยาลัยเทคนิค ไม่ถือเป็นสถานที่ราชการตามความหมายของกฎหมายอาญา มาตรา 335 (8) การลักทรัพย์ในสถานที่ดังกล่าว จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 334 เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

สถานที่จอดรถของวิทยาลัยเทคนิคเป็นเพียงสถานที่ซึ่งทางราชการจัดไว้สำหรับเป็นที่จอดรถของนักศึกษา ผู้มาติดต่อราชการ ตลอดจนข้าราชการในวิทยาลัยเท่านั้น หาใช่เป็นสถานที่ซึ่งใช้สำหรับปฏิบัติราชการของข้าราชการในวิทยาลัยโดยตรงไม่ การที่จำเลยลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปจากบริเวณสถานที่จอดรถดังกล่าว จึงไม่ใช่การลักทรัพย์ในสถานที่ราชการอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (8) วรรคแรก จำเลยจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 334 เท่านั้น ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วย 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (8) วรรคแรก ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 คงจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า แม้พฤติการณ์ในการลักทรัพย์ของจำเลยนับว่าร้ายแรง แต่ภายหลังเกิดเหตุผู้เสียหายก็ได้รับทรัพย์ของตนคืนแล้ว ทั้งขณะกระทำความผิดจำเลยยังเป็นเยาวชนมีอายุเพียง 17 ปี และเป็นนักศึกษาระดับประโยควิชาชีพชั้นต้น แผนกช่างก่อสร้าง ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยเทคนิคชัยนาท จังหวัดชัยนาท โดยจำเลยกระทำความผิดตามลำพังเพียงผู้เดียวไม่มีผู้อื่นร่วมกระทำความผิดเป็นขบวนการด้วย จึงเชื่อว่าจำเลยกระทำไปเพราะความเยาว์วัย อ่อนด้อยต่อประสบการณ์ ขาดการตรึกตรองที่ดีจึงหลงกระทำความผิดได้โดยง่าย เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยสักครั้งโดยรอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้ เพื่อจำเลยจะได้กลับตนเป็นพลเมืองดีและสามารถศึกษาเล่าเรียนตลอดจนประกอบวิชาชีพสุจริตเลี้ยงตนเองได้ต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังขึ้น อนึ่ง คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ จำเลยลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย ซึ่งจอดไว้ที่สถานที่จอดรถของวิทยาลัยเทคนิคชัยนาท อันเป็นสถานที่ราชการไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ซึ่งศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (8) วรรคแรก แต่สถานที่จอดรถของวิทยาลัยเทคนิคชัยนาทดังกล่าวเป็นเพียงสถานที่ซึ่งทางราชการจัดไว้สำหรับเป็นที่จอดรถของบรรดานักศึกษา ผู้มาติดต่อราชการตลอดจนข้าราชการของวิทยาลัยเท่านั้น หาใช่เป็นสถานที่ซึ่งใช้สำหรับปฏิบัติราชการของข้าราชการในวิทยาลัยโดยตรงแต่อย่างใดไม่ การที่จำเลยลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปจากบริเวณสถานที่จอดรถดังกล่าว จึงไม่ใช่การลักทรัพย์ในสถานที่ราชการอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (8) วรรคแรก ดังที่โจทก์ฟ้อง จำเลยจึงคงมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 เท่านั้น ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นฎีกา แต่ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และเห็นสมควรกำหนดโทษจำคุกจำเลยเสียใหม่ให้เหมาะสม ทั้งเมื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยแล้วเพื่อเป็นการป้องปรามและสอดส่องดูและมิให้จำเลยหวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำอีกเห็นสมควรลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งและคุมความประพฤติจำเลยไว้ด้วย" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 3,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 1,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี และคุมความประพฤติจำเลย 2 ปี นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาฉบับนี้ให้จำเลยฟัง โดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง ให้จำเลยละเว้นการประพฤติใดอันอาจนำสู่การกระทำผิดทำนองนี้อีก กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 20 ชั่วโมงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5152/2548 พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ นายโกเมศ รวยเรืองรุ่ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท · จำเลย - นายโกเมศ รวยเรืองรุ่ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)องอาจ โรจนสุพจน์ · ธาดา กษิตินนท์ · พีรพล พิชยวัฒน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 664/2520ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 16889/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551ฎีกา 3310/2541ฎีกา 472/2539ฎีกา 203/2511ฎีกา 2724/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ