⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5190/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5190/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ขอให้เพิกถอนนิติกรรมที่ผู้ตายได้กระทำไปโดยรู้อยู่ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบนั้น เป็นความรับผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินซึ่งเป็นมรดกที่ตกทอดไปยังทายาท และทายาทอาจถูกเจ้าหนี้ฟ้องให้รับผิดในฐานะทายาทได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องตอนแรกว่า ย. เป็นหนี้ภาษีอากรแก่โจทก์ ก่อนตาย ย. โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยที่ 1 โดยเสน่หาเพื่อให้พ้นการยึด โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการให้ระหว่าง ย. กับจำเลยที่ 1 คำฟ้องของโจทก์ส่วนนี้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในเรื่องเพิกถอนนิติกรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 อันเป็นความรับผิดส่วนตัวของจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับการให้แล้ว ส่วนที่โจทก์บรรยายฟ้องต่อไปว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 เป็นบุตรและเป็นทายาทโดยธรรมของ ย. เป็นการบรรยายฟ้องแสดงถึงความรับผิดของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ในฐานะทายาทซึ่งกองมรดกของ ย. ตกทอดแก่บุคคลดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 1600 เมื่อคดีร้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมที่ ย. ได้กระทำไปโดยรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบเป็นความรับผิดเกี่ยวกับทรัพย์สิน จึงเป็นมรดกตกทอดไปยังทายาทซึ่งทายาทคนใดคนหนึ่งหรือทั้งหมดอาจถูกเจ้าหนี้ฟ้องให้รับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายได้ ฟ้องโจทก์เท่านี้เพียงพอที่จะทำให้เข้าใจถึงสภาพแห่งข้อโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่แล้วว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ต้องรับผิดในฐานะทายาทโดยธรรม มิใช่รับผิดในฐานะส่วนตัวอย่างจำเลยที่ 1 ในฐานะที่เป็นผู้รับการให้โดยเสน่หา โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 แม้ไม่ได้ความว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ได้ร่วมกันรับโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าเป็นบุตรของนายยองซึ่งเป็นลูกหนี้ค่าภาษีอากรโจทก์เป็นเงิน 59,604 บาท ต่อมานายยองถึงแก่กรรมแต่ก่อนถึงแก่กรรมนายยองโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2130 ตำบลกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ 1 โดยไม่มีค่าตอบแทน โดยรู้ว่าจะเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการให้ที่ดินระหว่างนายยองและจำเลยที่ 1 เพื่อให้ที่ดินกลับคืนมาเป็นกองมรดกของนายยอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 และไม่รับฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลล่างทั้งสองไม่รับคำฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ถึง 5 ไว้พิจารณาชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ตอนแรกบรรยายกล่าวถึงหนี้ภาษีอากรค้างที่ นายยองซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้วเป็นหนี้ค้างอยู่แก่โจทก์ ตอนต่อมาบรรยายถึงข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาที่โจทก์ขอให้ศาลเพิกถอนการโอนให้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างนายยองกับจำเลยที่ 1 ว่า ก่อนนายยองถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2540 นายยองซึ่งรู้ว่าเป็นหนี้ภาษีอากรค้างแก่โจทก์ได้โอนให้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตาม น.ส.3 ก เลขที่ 2130 ตำบลกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุตรโดยเสน่หาเพื่อให้พ้นจากการถูกยึดโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นการทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ และจากการสอบสวน นายยองไม่มีทรัพย์สินอื่นที่จะชำระหนี้ได้ หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ได้นำที่ดินดังกล่าวไปขอออกเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 16066 ตำบลกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วนำไปขายฝาก ภายหลังเมื่อได้ไถ่ถอนการขายฝากแล้วได้นำไปจดทะเบียนจำนองแก่นายธีรยุทธ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2545 คำฟ้องของโจทก์ในส่วนนี้ได้แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในเรื่องเพิกถอนนิติกรรมว่า นายยองซึ่งเป็นลูกหนี้ภาษีอากรค้างแก่โจทก์ได้กระทำลงทั้งรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบและกรณีเป็นนิติกรรมที่นายยองทำให้โดยเสน่หาแก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุตรอันเป็นความรับผิดส่วนตัวของจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับการให้จากนายยองที่อาจถูกโจทก์ร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียซึ่งนิติกรรมดังกล่าวนั้นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ส่วนคำฟ้องของโจทก์ที่บรรยายถึงฐานะของจำเลยที่ 1 ว่าเป็นบุตรสาวและเป็นทายาทโดยธรรมของนายยองเช่นเดียวกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ก็เป็นบุตรและฐานะเป็นทายาทโดยธรรมของนายยองเช่นกันนั้น เป็นการบรรยายฟ้องที่แสดงถึงสภาพความรับผิดของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ซึ่งกองมรดกของนายยองตกทอดแก่บุคคลดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 1600 เมื่อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกลับมาเป็นกองมรดกของนายยองแล้ว จำเลยทั้ง 5 ในฐานะทายาทโดยธรรมของนายยองจะต้องรับชำระหนี้ภาษีอากรดังกล่าวแทนนายยอง เมื่อคดีร้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมที่นายยองผู้ตายได้กระทำไปโดยรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบนั้นเป็นความรับผิดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ตายต่อโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ จึงเป็นมรดกตกทอดไปยังทายาทซึ่งทายาทคนหนึ่งคนใดหรือทั้งหมดอาจถูกเจ้าหนี้ฟ้องให้รับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายนั้นได้ คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวในส่วนนี้เพียงพอที่จะให้เข้าใจถึงสภาพแห่งข้อโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้รับผิดในฐานะเช่นว่านั้นแล้ว สภาพแห่งคำฟ้องของโจทก์มิได้มีข้อโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ต้องรับผิดในฐานะส่วนตัวเช่นอย่างจำเลยที่ 1 ที่ต้องรับผิดต่อโจทก์ในฐานะผู้รับการให้จากนายยองผู้ให้โดยเสน่หาด้วย ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ที่ว่า คำบรรยายฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ร่วมกันรับโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากนายยองและมีหน้าที่ต้องโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวคืนให้เป็นกองมรดกของนายยองในประการใด โจทก์จึงไม่อาจฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้ ให้รับคำฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ไว้พิจารณาด้วย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นเป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5190/2548 กรมสรรพากร โจทก์ นางบุญรอง พวงเหล่าเวช กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - นางบุญรอง พวงเหล่าเวช กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เนตรมัย · สุภิญโญ ชยารักษ์ · ประทีป ปิติสันต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายพิเชษฐ์ วังศานุตร · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายภานุวัฒน์ ศุภะพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.67/2547

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2345/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา