⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5777/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5777/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา ต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นพร้อมกับคำฟ้องฎีกา ไม่สามารถขอมาในคำฟ้องฎีกาได้โดยตรง

ย่อคำพิพากษา

กรณีที่จำเลยที่ 1 มีความจำนงจะขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา จำเลยที่ 1 จะต้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอฟ้องฎีกาอย่างคนอนาถามาพร้อมกับคำฟ้องฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคหนึ่ง จะขอมาในคำฟ้องฎีกาไม่ได้ เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้ยื่นคำร้องขอดังกล่าว คำขอของจำเลยที่ 1 ที่ขอมาในคำฟ้องฎีกาจึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมาย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 22,614,395.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี ของต้นเงิน 14,601,102.38 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดชำระหนี้ กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2544 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ 2 ครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต โดยครั้งหลังสุดอนุญาตถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2544 ต่อมาวันที่ 10 พฤษภาคม 2544 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอ้างว่า จำเลยที่ 1 ยากจนและตกงานเนื่องจากเกิดภาวะวิกฤติเศรษฐกิจและการเงินการคลังของประเทศ ทำให้จำเลยไม่สามารถหาเงินมาชำระค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากประมาณ 400,000 บาท ได้ทันเวลาที่ศาลกำหนด จำเลยที่ 1 คาดหวังจะหยิบยืมจากญาติสนิทมิตรสหายเพื่อนำมาชำระค่าฤชาธรรมเนียมศาลให้ได้ จึงขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปถึงวันที่ 9 มิถุนายน 2544 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า กรณีที่จำเลยที่ 1 มีความจำนงจะขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา จำเลยที่ 1 จะต้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอฟ้องฎีกาอย่างคนอนาถามาพร้อมกับคำฟ้องฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคหนึ่ง จะขอมาในคำฟ้องฎีกาหาได้ไม่ คดีนี้ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้ยื่นคำร้องขอฟ้องฎีกาอย่างคนอนาถามาพร้อมกับคำฟ้องฎีกา คำขอของจำเลยที่ 1 ที่ขอมาในคำฟ้องฎีกาจึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว อนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2544 แต่มิได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 1 คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดชั้นฎีกาให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมสำหรับคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์และค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่ศาลสั่งคืนให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5777/2548 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายปริญญา ฐิติวร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายปริญญา ฐิติวร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · ปัญญา ถนอมรอด · ชวลิต ตุลยสิงห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายพฤทธิ์ นิมิตสุรชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิมชัย จารุไพบูลย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 256/2507ฎีกา 2646/2527ฎีกา 2198/2522ฎีกา 3470/2526ฎีกา 866/2518ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 1330/2518ฎีกา 1040/2527ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5415/2543ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8277/2551ฎีกา 4910/2533ฎีกา 495/2549ฎีกา 1006/2538ฎีกา 2785/2523ฎีกา 4067/2532ฎีกา 4658/2534ฎีกา 1235/2535ฎีกา 1925/2539ฎีกา 11996/2547ฎีกา 491-492/2524ฎีกา 406/2513ฎีกา 4821/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา