⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6744/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6744/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีดุลพินิจไม่จำเป็นต้องตรวจพยานวัตถุหากเห็นว่าไม่จำเป็น และสามารถรับฟังสำเนาภาพถ่ายพยานวัตถุประกอบพยานหลักฐานอื่นได้หากมีความชัดเจนและไม่มีการโต้แย้งความถูกต้อง

ย่อคำพิพากษา

ป.วิ.อ. มาตรา 241 เป็นบทบัญญัติสำหรับวิธีการสืบพยานวัตถุหาใช่บทบังคับให้สืบพยานวัตถุเสมอไปไม่ หากศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องตรวจดูพยานวัตถุก็อาจใช้ดุลพินิจไม่ตรวจดูได้ คดีนี้โจทก์อ้างส่งสำเนาภาพถ่ายธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อซึ่งมีความชัดเจนสามารถตรวจดูลักษณะและหมายเลขธนบัตรได้โดยง่าย ทั้งจำเลยไม่ได้โต้แย้งความไม่ถูกต้องของสำเนาภาพถ่ายธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อแต่อย่างใด ศาลจึงรับฟังสำเนาภาพถ่ายธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อประกอบพยานบุคคลและพยานเอกสารอื่นๆ เพื่อเป็นหลักฐานในคดีได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.241

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง และบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 450/2541 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษคดีนี้ จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอบวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 เป็นจำคุก 6 ปี 10 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ระหว่างการสืบพยานโจทก์ โจทก์มิได้ส่งต้นฉบับธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อจำนวน 200 บาท ต่อศาล แต่โจทก์ส่งสำเนาภาพถ่ายธนบัตรที่มีลายมือชื่อของพันตำรวจโทเมธีต่อศาลโดยไม่ปรากฏว่าต้นฉบับธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อได้สูญหายไปหรือไม่สามารถหาต้นฉบับมาอ้างอิงเป็นพยานต่อศาลได้ การที่โจทก์อ้างส่งเพียงสำเนาภาพถ่ายธนบัตรดังกล่าวเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 241 จึงไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 241 เป็นเพียงบทบัญญัติสำหรับวิธีการสืบพยานวัตถุเท่านั้นหาใช่บทบังคับให้สืบพยานวัตถุเสมอไปไม่ หากศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องตรวจดูพยานวัตถุก็อาจใช้ดุลพินิจไม่ตรวจดูเสียได้ สำหรับคดีนี้โจทก์อ้างส่งสำเนาภาพถ่ายธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อซึ่งมีความชัดเจนสามารถตรวจดูลักษณะและหมายเลขธนบัตรได้โดยง่าย ทั้งจำเลยก็มิได้โต้แย้งความไม่ถูกต้องของสำเนาภาพถ่ายธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อดังกล่าวแต่อย่างใด การที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังสำเนาภาพถ่ายธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อประกอบพยานบุคคลและพยานเอกสารอื่นๆ เพื่อเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ให้จำคุกกระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 8 ปี ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 4 ปี 16 เดือน บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 เป็นจำคุก 4 ปี 18 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6744/2548 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี โจทก์ นายประสิทธิ์ กลิ่นเมือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี · จำเลย - นายประสิทธิ์ กลิ่นเมือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาลี ทัพภวิมล · สมชาย จุลนิติ์ · มานะ ศุภวิริยกุล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 687/2485ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1362/2494ฎีกา 1907/2517ฎีกา 1637/2492ฎีกา 7757/2543ฎีกา 2452/2520ฎีกา 633/2485ฎีกา 2572/2540ฎีกา 187/2487ฎีกา 1416-1448/2508ฎีกา 504/2491ฎีกา 1176/2491ฎีกา 685/2478
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ