คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2491
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ธนบัตรปลอมที่ถูกขอให้ริบเป็นของกลางในคดี ถือเป็นวัตถุของกลางซึ่งเป็นตัวพิพาทในคดี และศาลมีหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดว่าเป็นของดีหรือปลอม แม้จะไม่มีการอ้างเป็นพยานก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ในคดีหาว่า จำเลยมีและจำหน่ายธนบัตรปลอม ธนบัตรปลอมของกลางที่โจทก์ขอให้ศาลริบและนำส่งเป็นของกลาง และจำเลยได้ตรวจดูแล้วไม่คัดค้านอย่างใด ธนบัตรของกลางจึงเป็นวัตถุของกลางซึ่งเป็นตัวพิพาทในคดี เป็นหน้าที่ของศาลจะต้องวินิจฉัยชี้ขาดอยู่แล้วว่าเป็นของดีหรือปลอม ถึงจะไม่มีใครระบุอ้างเป็นพยาน ศาลก็ยกขึ้นวินิจฉัยเป็นหลักฐานพยานในคดีได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีและจำหน่ายธนบัตรปลอม จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๐๓ ให้จำคุก ๑๐ ปี ของกลางริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๐๔ จำคุก ๕ ปี
จำเลยฎีกาข้อกฎหมายว่า ธนบัตรของกลางเป็นวัตถุพยานในเรื่องนี้ โจทก์ไม่ได้ระบุอ้างธนบัตรของกลางเป็นพยาน ศาลจะรับฟังเป็นหลักฐานลงโทษจำเลยตามข้อหาไม่ได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าธนบัตรปลอม โจทก์ได้นำส่งเป็นของกลางต่อศาล ซึ่งจำเลยตรวจดูแล้ว ไม่คัดค้านอย่างใด ธนบัตรนี้โจทก์ขอให้ศาลริบ จึงเป็นวัตถุของกลางซึ่งเป็นตัวพิพาทในคดี เป็นหน้าที่ของศาลจะต้องวินิจฉัยอยู่แล้วว่า เป็นของดีหรือปลอม ถึงจะไม่มีใครระบุอ้างเป็นพยาน ศาลก็ยกขึ้นวินิจฉัยเป็นหลักฐานในคดีได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2491
อัยยการเชียงใหม่ โจทก์
นายตั๋น เสาแก้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการเชียงใหม่ · จำเลย - นายตั๋น เสาแก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชาวินิจฉัย · ปรีชาวินิจฉัย · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเทียบ สุจารีกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายกริด สารสาส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา