คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2548
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาในข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้น ต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยให้การว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อขายและจำเลยไม่เคยได้รับหนังสือจากโจทก์แจ้งกำหนดเวลาจดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาท ดังนั้น ที่จำเลยฎีกาว่าหนังสือบอกกล่าวที่แจ้งกำหนดเวลาให้จำเลยไปรับโอนที่ดินพิพาทไม่มีข้อความว่าหากจำเลยไม่ไปถือว่าเป็นอันเลิกสัญญาซื้อขาย จึงเป็นการฎีกาในข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในศาลล่าง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2539 จำเลยทำสัญญาจะซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 7726 ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง จากโจทก์และวางเงินมัดจำแล้ว จำเลยผิดนัดไม่ไปรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญา โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินของโจทก์แล้ว จำเลยยังเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากบ้านเลขที่ 132 หมู่ที่ 6 ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง และให้รื้อถอนปั๊มน้ำมันออกจากที่ดินของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป และขอให้บ้านดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ให้นายทะเบียนราษฎรอำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทองจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์
จำเลยให้การว่า ตามสัญญาโจทก์จะต้องดำเนินการรังวัดสอบเขตที่ดินให้เสร็จสิ้นก่อนจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ปรากฏว่าโจทก์ไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในกำหนด จำเลยไม่ทราบกำหนดนัดจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในบ้านเลขที่ 132 หมู่ที่ 6 ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ให้จำเลยและบริวารออกจากบ้าน และที่ดินโฉนดเลขที่ 7726 ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ของโจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า หนังสือบอกกล่าวที่แจ้งกำหนดเวลาให้จำเลยไปรับโอนที่ดินพร้อมชำระราคาที่สำนักงานที่ดินในวันที่ 23 เมษายน 2541 เวลา 9 นาฬิกา โดยไม่มีข้อความว่าหากไม่ไปรับโอนในวันที่กำหนด ถือว่าเป็นอันเลิกสัญญาซื้อขาย จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 สัญญาซื้อขายจึงยังไม่เลิกกันนั้น เห็นว่า จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาและจำเลยไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งกำหนดเวลาจดทะเบียนจากโจทก์เลย ดังนั้นฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในศาลล่างทั้งสองต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง แม้ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยไว้ก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"
พิพากษายกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2548
นายเกตุ ภูริผล โจทก์
นายประกอบหรือยูโซป ประทีปโชติ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเกตุ ภูริผล · จำเลย - นายประกอบหรือยูโซป ประทีปโชติ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ · ทวีวัฒน์ แดงทองดี · พลรัตน์ ประทุมทาน |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ