⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2843/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2843/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดเบี้ยปรับในสัญญาเช่าที่สูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ โดยคำนึงถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าโกดังมีข้อกำหนดว่า ในกรณีที่ผู้เช่าเช่าไม่ครบกำหนดเวลา ยินยอมให้ริบเงินประกันความเสียหายได้ ผู้ให้เช่าจึงมีสิทธิริบเงินประกันความเสียหายได้ตามข้อกำหนดในสัญญา แต่กรณีดังกล่าวเป็นการตกลงกำหนดค่าเสียหายกันไว้ล่วงหน้าในสัญญาอันมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ ศาลย่อมมีอำนาจลดลงได้เป็นจำนวนพอสมควร หากเห็นว่าเบี้ยปรับนั้นสูงเกินส่วนโดยพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อสัญญาเลิกกันก็มีผู้เช่ารายใหม่ทดแทนทันที จึงเห็นสมควรลดเบี้ยปรับให้แก่ผู้เช่า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินประกันความเสียหายจากสัญญาเช่า 959,040 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องโจทก์ และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระหนี้ 1,855,872 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,814,028.90 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน จำนวน 959,040 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2541 ซึ่งเป็นวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เดิมโจทก์ทำสัญญาเช่าโกดังและสัญญาจ้างบริการกับจำเลยเป็นเวลา 2 ปี ก่อนครบกำหนดตามสัญญา โจทก์จำเลยตกลงต่อสัญญาดังกล่าวออกไปอีก 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2539 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2541 พร้อมกันนี้โจทก์ได้วางเงินประกันความเสียหาย 959,040 บาท ไว้แก่จำเลย ตามสัญญาเช่าโกดัง สัญญาจ้างบริการ ข้อตกลงเพิ่มเติมต่อท้ายสัญญาเช่าโกดัง และข้อตกลงเพิ่มเติมต่อท้ายสัญญาจ้างบริการ ครั้นวันที่ 15 ตุลาคม 2540 โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยขอยกเลิกสัญญาเช่าโกดังและสัญญาจ้างบริการโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2540 และขอรับเงินประกันความเสียหายคืน ต่อมาวันที่ 29 เดือนเดียวกัน จำเลยมีหนังสือถึงโจทก์ความว่า โจทก์จะต้องจัดหาผู้เช่ารายใหม่ทดแทนภายในวันที่ 1 มกราคม 2541 มิฉะนั้นโจทก์ต้องชำระค่าเช่าและค่าจ้างบริการต่อเนื่องไปจนกว่าจะมีผู้เช่ารายใหม่ และส่งมอบพื้นที่ที่เช่าคืนได้ภายในเวลาที่จำเลยกำหนด จากนั้นวันที่ 25 พฤศจิกายน 2540 จำเลยมีหนังสือถึงโจทก์อีกฉบับหนึ่งแจ้งว่าผู้เช่ารายใหม่จะเข้าใช้พื้นที่ที่เช่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2541 ขอให้โจทก์ส่งมอบพื้นที่ที่เช่าภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2540 โจทก์ส่งมอบพื้นที่ที่เช่าแก่จำเลยในวันที่ 25 ธันวาคม 2540? มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อต่อมาว่า โจทก์มีสิทธิได้ริบเงินประกันความเสียหายคืนหรือไม่เพียงใด เห็นว่า สัญญาเช่าโกดัง ข้อ 3 วรรคสอง ระบุไว้ใจความว่า ในกรณีที่ผู้เช่าเช่าไม่ครบกำหนดเวลา ยินยอมให้ริบเงินประกันความเสียหายได้ ดังนั้น จำเลยจึงมีสิทธิริบเงินประกันความเสียหายได้ตามข้อกำหนดในสัญญา แต่กรณีดังกล่าวเป็นการตกลงกำหนดค่าเสียหายกันไว้ล่วงหน้าในสัญญาอันมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ศาลมีอำนาจลดลงได้เป็นจำนวนพอสมควรหากเห็นว่าเบี้ยปรับนั้นสูงเกินส่วน โดยพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน ข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อสัญญาเลิกกันจำเลยมีผู้เช่ารายใหม่ทดแทนทันที จึงเห็นสมควรลดเบี้ยปรับลงเหลือ 59,040 บาท จำเลยต้องคืนเงิน 900,000 บาท แก่โจทก์ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน อนึ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย แต่มิได้มีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม และศาลอุทธรณ์มิได้แก้ไข ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 900,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งในชั้นศาลชั้นต้นให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2843/2549 บริษัท ที โอ เอ จำกัด โจทก์ บริษัทโชติธนวัฒน์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ที โอ เอ จำกัด · จำเลย - บริษัทโชติธนวัฒน์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรศักดิ์ สุวรรณประกร · สมศักดิ์ เนตรมัย · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายนิกร ทัสสโร · ศาลอุทธรณ์ - นายวันชัย ชัยเสริมวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2906/2548ฎีกา 7618/2552ฎีกา 2775/2524ฎีกา 58/2530ฎีกา 7149/2542ฎีกา 4244/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 850/2532ฎีกา 4623/2540ฎีกา 3414/2541ฎีกา 1331/2534ฎีกา 3616/2558ฎีกา 4194/2536ฎีกา 4919/2547ฎีกา 1966/2551ฎีกา 3059/2538ฎีกา 2139/2565ฎีกา 5996/2530ฎีกา 894/2540ฎีกา 9072/2547ฎีกา 5884/2541ฎีกา 6052/2537ฎีกา 903/2537ฎีกา 356/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา