⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6030/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6030/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างเป็นสามีภริยากัน หากเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยการรับมรดก หรือโดยการให้โดยเสน่หา หรือเป็นทรัพย์สินที่เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับกาย เป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ซื้อบ้านและที่ดินเพื่อเป็นเรือนหอ อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยที่ 2 แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ซื้อบ้านและที่ดินมาก่อนจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 2 บ้านและที่ดินจึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1471 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1471

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,065,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 912,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาโดยไม่จดทะเบียนสมรสก่อนร่วมกันซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 194945 แขวงคลองกุ่ม เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และใส่ชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ซึ้งจำเลยที่ 1 กู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสามแยกไฟฉาย โดยจดทะเบียนจำนองทรัพย์ดังกล่าวเป็นประกัน ต่อมาธนาคารฟ้องบังคับจำนองและศาลพิพากษาให้ยึดทรัพย์ดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงทำสัญญากู้เงินโจทก์ ภายหลังกู้ยืมเงินแล้ว จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระงวดละ 20,000 บาท รวม 11 งวด แล้วไม่ชำระอีกเนื่องจากไม่มีเงิน จำเลยที่ 1 และที่ 2 จดทะเบียนหย่ากันแล้ว จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 912,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2540 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 27 มกราคม 2542) ต้องไม่เกิน 153,000 บาท ตามที่โจทก์ขอ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 3,000 บาท แทนจำเลยที่ 2 โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2534 จำเลยที่ 1 ซื้อบ้านและที่ดินโดยกู้เงินจากธนาคาร ต่อมาวันที่ 25 ตุลาคม 2534 จำเลยทั้งสองจดทะเบียนสมรสกัน แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 ได้บ้านและที่ดินมาก่อนที่จะจดทะเบียนสมรส บ้านและที่ดินจึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1471 (1) ที่โจทก์นำสืบว่า บ้านและที่ดินเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็เป็นเพียงการคาดคะเนตามความคิดเห็นของโจทก์และนางสาวอรอนงค์พยานโจทก์เท่านั้น พยานหลักฐานของโจทก์จึงฟังไม่ได้ว่า บ้านและที่ดินเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยตรงกันมาว่า บ้านและที่ดินเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่ 1 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 2,000 บาท แทนจำเลยที่ 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6030/2549 นางสาววรรณา เอื้อภัทรพงศ์ โจทก์ นายรัชวุฒิหรืออัครรัฐ เลิศวนางกูร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาววรรณา เอื้อภัทรพงศ์ · จำเลย - นายรัชวุฒิหรืออัครรัฐ เลิศวนางกูร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ฐานันท์ วรรณโกวิท · ธาดา กษิตินนท์ · พีรพล พิชยวัฒน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นางพนิดา เศวตสุนทร · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญสิทธิ์ คงสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2337/2546

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9309/2539ฎีกา 679/2532ฎีกา 3601/2542ฎีกา 2618/2524ฎีกา 812/2533ฎีกา 3724/2525ฎีกา 445/2540ฎีกา 3490/2535ฎีกา 5054/2568ฎีกา 185/2536ฎีกา 372/2567ฎีกา 805/2537ฎีกา 5736/2534ฎีกา 4477/2542ฎีกา 2259/2529ฎีกา 5249/2533ฎีกา 1241/2529ฎีกา 4382/2540ฎีกา 2584/2532ฎีกา 4865/2536ฎีกา 8227/2540ฎีกา 101/2510ฎีกา 812/2538ฎีกา 566/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา