⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5249/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5249/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บ้านที่ปลูกสร้างบนที่ดินส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้คู่สมรสอีกฝ่ายจะช่วยออกเงินบางส่วน ก็ยังถือเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายที่ปลูกสร้าง หากการช่วยออกเงินนั้นเป็นการช่วยเหลือกันฉันสามีภริยา ไม่ใช่การร่วมลงทุน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ปลูกสร้างบ้านพิพาทบนที่ดินส่วนตัวของตน แม้สามีจะช่วยออกเงินในการปลูกสร้างด้วยถึงหนึ่งในสาม แต่ตามพฤติการณ์เป็นการช่วยเหลือกันฉันสามีภริยา หาใช่เป็นการร่วมลงทุนปลูกบ้านพิพาทด้วยไม่ ดังนี้บ้านพิพาทจึงเป็นส่วนควบของที่ดินและเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่ 1 การที่จำเลยที่ 1 ปลูกสร้างบ้านพิพาทในระหว่างสมรสจึงไม่ทำให้บ้านพิพาทเป็นสินสมรสอันจะเป็นทรัพย์มรดกของสามีครึ่งหนึ่งด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.107 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1471 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1474

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรของพันตำรวจเอกณัฐพงษ์วนภูมิ กับนางกิ่งแก้ว วนภูมิ ซึ่งหย่าขาดจากกันแล้ว ต่อมาพันตำรวจเอกณัฐพงษ์สมรสกับจำเลยที่ ๑ และมีบ้านราคา ๑๕๐,๐๐๐ บาทซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างพันตำรวจเอกณัฐพงษ์กับจำเลยที่ ๑ ต่อมาพันตำรวจเอกณัฐพงษ์ถึงแก่กรรม กรรมสิทธิ์ในบ้านครึ่งหนึ่งจึงเป็นมรดกตกทอดแก่โจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดกของพันตำรวจเอกณัฐพงษ์ แต่จำเลยที่ ๑ อ้างว่าเป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ จึงไม่สามารถจัดการทรัพย์มรดกได้ ขอให้พิพากษาว่าบ้านพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างเจ้ามรดกกับจำเลยที่ ๑ให้จำเลยที่ ๑ แบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากแบ่งไม่ได้ให้จำเลยที่ ๑ใช้ราคาเป็นเงิน ๗๕,๐๐๐ บาท หรือนำบ้านพิพาทออกขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน และบังคับให้จำเลยที่ ๒ ออกจากบ้านพิพาท จำเลยทั้งสองให้การว่า บ้านพิพาทปลูกบนที่ดินสินส่วนตัวของจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ปลูกสร้างแทนบ้านหลังเดิมซึ่งจำเลยที่ ๑ อนุญาตแล้ว พันตำรวจเอกณัฐพงษ์มิได้ร่วมลงทุนสร้างบ้านพิพาทแต่อย่างใด จึงมิใช่สินสมรสระหว่างจำเลยที่ ๑ กับพันตำรวจเอกณัฐพงษ์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า บ้านพิพาทเป็นสินสมรสจึงเป็นมรดกของพันตำรวจเอกณัฐพงษ์ครึ่งหนึ่ง พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ แบ่งปันบ้านพิพาทให้โจทก์ทั้งสองครึ่งหนึ่ง เพื่อนำไปจัดการมรดกต่อไปโดยให้จำเลยที่ ๑ ใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน ๗๕,๐๐๐ บาท หากไม่ยอมชดใช้ให้นำบ้านพิพาทขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงินตามส่วนให้จำเลยที่ ๒ออกจากบ้านพิพาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๑ ปลูกสร้างบ้านพิพาทแทนบ้านหลังเดิมบนที่ดินอันเป็นสินส่วนตัวของตนเอง แม้ว่าพันตำรวจเอกณัฐพงษ์ผู้เป็นสามีจะออกเงินช่วยเหลือในการสร้างบ้านพิพาทด้วย ๑ ใน ๓ ส่วน ก็เป็นเรื่องปกติวิสัยที่สามีภริยาย่อมจะต้องให้ความช่วยเหลือแก่กัน หาใช่เป็นกรณีร่วมกันสร้างบ้านพิพาทไม่บ้านพิพาทจึงเป็นส่วนควบของที่ดินและเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่ ๑แม้จะปลูกสร้างในระหว่างสมรสก็ถือไม่ได้ว่าเป็นสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๔(๑) กรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทครึ่งหนึ่งจึงไม่เป็นทรัพย์มรดกของพันตำรวจเอกณัฐพงษ์ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5249/2533 นายรองฤทธิ์ วนภูมิ กับพวก โจทก์ นางเติมสุข วนภูมิ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายรองฤทธิ์ วนภูมิ กับพวก · จำเลย - นางเติมสุข วนภูมิ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · ถาวร ตันตราภรณ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3615/2568ฎีกา 1798/2506ฎีกา 9577/2552ฎีกา 1781/2509ฎีกา 6193/2551ฎีกา 9309/2539ฎีกา 7092/2538ฎีกา 558/2521ฎีกา 975/2519ฎีกา 3832/2540ฎีกา 3574/2541ฎีกา 679/2532ฎีกา 1816/2511ฎีกา 3601/2542ฎีกา 2389/2532ฎีกา 3392/2548ฎีกา 1739/2498ฎีกา 9720/2539ฎีกา 1242/2542ฎีกา 1106-1107/2526ฎีกา 516/2560ฎีกา 685/2507ฎีกา 293/2520ฎีกา 6007/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา