⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6821/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6821/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับระยะเวลาเพื่อฟ้องคดีตามมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 จะเริ่มนับเมื่อมีการจับกุมจำเลยในคดีนั้นๆ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเยาวชนถูกจับกุมและควบคุมในคดีอื่น ต่อมาพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาคดีนี้ให้จำเลยทราบ ถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกจับกุมในคดีนี้ การนับระยะเวลาเพื่อฟ้องคดีตามมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ยังไม่เกิดขึ้น การฟ้องคดีนี้จึงไม่อยู่ในบังคับตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ม.51

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 357 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ได้บัญญัติเรื่องการสอบสวนและการฟ้องคดีไว้ในมาตรา 51 อันเป็นบทบัญญัติที่เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรีบส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อฟ้องคดีต่อศาล เพื่อจะพิทักษ์และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเด็กและเยาวชน ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 31, 53 เนื่องจากการตั้งข้อกล่าวหาโดยมีลักษณะเพื่อการสอบสวนและฟ้องคดีย่อมกระทบกระเทือนถึงสิทธิเสรีภาพของเด็กและเยาวชนแล้ว ไม่ต่างจากการควบคุม ดังนั้นการฟ้องคดีก็ควรจะต้องอยู่ภายในระยะเวลาของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 51 แม้จะไม่มีการจับกุมและควบคุมก็ตาม หากฟ้องคดีเมื่อพ้นระยะเวลาตามมาตรา 51 ย่อมต้องขออนุญาตตามมาตรา 53 การที่พนักงานสอบสวนไม่รีบดำเนินการสอบสวนให้ทันตามระยะเวลา มาตรา 51 จึงเท่ากับหลีกเลี่ยงบทบัญญัติของกฎหมายที่ตราไว้เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเด็กและเยาวชน เนื่องจากเด็กและเยาวชนเมื่อตกเป็นผู้ต้องหาย่อมกระทบกระเทือนต่อการดำรงชีวิตตามปกติสุข การที่เด็กและเยาวชนถูกควบคุมในคดีอื่น หาเป็นข้อยกเว้นหน้าที่ตามกฎหมายที่พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการที่จะต้องดำเนินการสอบสวนและฟ้องคดีตามที่มาตรา 51 กำหนดไว้ไม่ โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามมาตรา 51 โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงไม่รับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน โจทก์ฎีกาโดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องแล้วว่าจำเลยมิได้ถูกจับกุมในคดีนี้ หากถูกเจ้าพนักงานจับกุมในคดีอื่น หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหานี้ให้จำเลยทราบ ทั้งการควบคุมจำเลยในระหว่างสอบสวนก็เป็นการถูกควบคุมในคดีอื่น การนับระยะเวลาเพื่อฟ้องคดีตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 สำหรับคดีนี้จึงยังไม่เกิดขึ้น การฟ้องคดีย่อมไม่อยู่ในบังคับตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองไม่ประทับฟ้องโจทก์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลชั้นต้นประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6821/2549 พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์ นายโกมินทร์หรือโก ปิ่นกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดฉะเชิงเทรา · จำเลย - นายโกมินทร์หรือโก ปิ่นกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกรียงชัย จึงจตุรพิธ · วิชา มหาคุณ · สุรภพ ปัทมะสุคนธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราแผนกคดีเยา - นายสนั่น รินทร์ศรี · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายเธียรดนัย ธรรมดุษฎี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5042/2549ฎีกา 5499/2549ฎีกา 903/2541ฎีกา 4962/2552ฎีกา 2257/2541ฎีกา 8406/2540ฎีกา 8458/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา