⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2502/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2502/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงชื่อรับรองตัวบุคคลโดยมิได้ร่วมแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ถือเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิด เป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเพียงแต่ลงชื่อรับรองตัวบุคคลโดยที่มิได้ร่วมกับพวกแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิด เป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.267

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2542 เวลากลางวันจำเลยกับนายบุญเส็ง คุ้มบุญ ร่วมกันแจ้งให้นางคมคาย พรหมอินทร์ และนายธนาคม ไหลเจริญกิจ เจ้าหน้าที่ปกครองประจำที่ว่าการอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน จดข้อความอันเป็นเท็จลงในบันทึกคำให้การรับรองบุคคลซึ่งเป็นเอกสารใช้ประกอบในการขอมีบัตรประจำตัวประชาชนอันเป็นเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานว่า บุคคลผู้มีชื่อที่แอบอ้างและขอมีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่เป็นนายนิคม คุ้มบุญ บุตรของนายบุญเส็ง และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 8 ตำบลศรีแก้ว อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร อันเป็นความเท็จ ความจริงนายนิคมได้ถึงแก่ความตายไปแล้ว เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานออกบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่บุคคลดังกล่าว โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นางคมคาย และนายธนาคมและประชาชน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 มาตรา 14 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, ประกอบมาตรา 83 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังกล่าวในฟ้อง นายบุญเส็ง คุ้มบุญ กับชายคนหนึ่งร่วมกันแจ้งต่อนางคมคาย พรหมอินทร์ เจ้าหน้าที่ปกครอง 4 สำนักงานทะเบียนอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธรว่า ชายดังกล่าวชื่อนายนิคม คุ้มบุญ เป็นบุตรของนายบุญเส็งขอทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่เนื่องจากบัตรเดิมสูญหาย นางคมคายจึงให้บุคคลทั้งสองไปพบนายธนาคม ไหลเจริญกิจ ปลัดอำเภอเลิงนกทา เพื่อทำการสอบสวน นายธนาคมสอบสวนแล้วแจ้งให้นายบุญเส็งไปหาบุคคลมารับรองตัวชายดังกล่าว นายบุญเส็งจึงไปตามจำเลยมาลงชื่อรับรองในบันทึกคำให้การรับรองบุคคลด้านหลังคำขอมีบัตรใหม่ หรือเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชนเอกสารหมาย จ.3 ต่อมาความปรากฎว่านายนิคมถึงแก่ความตายไปแล้วก่อนวันเกิดเหตุ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกมีว่า จำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายธนาคม ไหลเจริญกิจ เป็นพยานเบิกความว่า ก่อนที่พยานจะให้จำเลยลงชื่อเป็นผู้รับรอง พยานได้แจ้งให้จำเลยทราบว่าการรับรองบุคคลครั้งนี้เป็นการรับรองเพื่อทำบัตรประจำตัวประชาชนกรณีบัตรหาย และได้สอบถามถึงความเกี่ยวพัน จำเลยแจ้งว่าเป็นญาติกับนายนิคม เมื่อจำเลยลงชื่อเป็นผู้รับรองแล้ว พยานจึงอนุมัติให้ออกบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่ผู้ขอ เห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ดังกล่าวเป็นการเบิกความเนื่องจากการปฏิบัติราชการในหน้าที่ อันเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการไม่ปรากฏเหตุระแวงสงสัยว่าจะเบิกความปรักปรำกลั่นแกล้งจำเลย คำเบิกความจึงมีน้ำหนักควรแก่การรับฟัง จำเลยก็รับว่ารู้จักนายนิคม ที่จำเลยนำสืบทำนองว่าจำเลยลงชื่อรับรองโดยมิได้พบเห็นตัวบุคคลที่ตนรับรอง จึงขัดต่อเหตุผลไม่อาจรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้ ได้ความว่าจำเลยเพียงแต่ลงชื่อรับรองตัวบุคคลโดยที่มิได้ร่วมกับพวกแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิด เป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, ประกอบมาตรา 86 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 ประกอบมาตรา 86 จำคุก 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2502/2550 พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์ นายสมัย พารุสุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร · จำเลย - นายสมัย พารุสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรศักดิ์ สุวรรณประกร · รัตน กองแก้ว · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1075/2506ฎีกา 5146/2558ฎีกา 129/2544ฎีกา 2322/2548ฎีกา 2581/2548ฎีกา 6215/2556ฎีกา 3555/2568ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 1274/2513ฎีกา 5299/2533ฎีกา 2700/2565ฎีกา 2299/2532ฎีกา 5865/2555ฎีกา 13725/2553ฎีกา 712/2559ฎีกา 955/2512ฎีกา 1090/2522ฎีกา 7364/2554ฎีกา 2597/2516ฎีกา 8275/2544ฎีกา 198/2564ฎีกา 2673/2527ฎีกา 3116/2527ฎีกา 4399-4400/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา